ข่าวสาร6

**  ติดต่อสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์หรือทางLINEเท่านั้น  **

การสั่งซื้อจะสมบูรณ์เมื่อได้ตกลงทางโทรศัพท์ 086-3645435 (คุณอั๋น)

หรือทางLINEเท่านั้น ID LINE: @doodeejewelry

 

r2-490x282

เกิดวันไหนควรสวมแหวนนิ้วใด เรามีคำตอบมาให้คุณแล้วค่ะ

สำหรับคนที่เกิดวันวันเสาร์

ผู้หญิง ให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือหิน ตัวแหวนควรมีความพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีสีค่อนข้างเข้ม จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชาย ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อยหรือนิ้วนาง จะเสียพลังในการคุ้มครอง ส่วนผู้หญิง ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆเรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวง จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก

สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์

ผู้หญิง ให้สวมแหวนมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมแหวนมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำจากทองแท้ เงินแท้หรือหยก ถึงจะส่งพลังดี ๆ ออกมาคุ้มครอง ในการสวมแหวน นอกจากนี้ในการสวมแหวนหลายวงในนิ้วเดียวกันนั้น ไม่ควรทำ จะทำให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องของความรักได้ง่าย ๆ

ผู้ชาย ให้เน้นไปที่นิ้วกลางและนิ้วชี้ อันหมายถึงพลังอำนาจการปกครองและ วาสนาบารมี แต่หากจะสวมแหวนที่นิ้วหัวแม่มือก็ขอให้ดูตัวเองก่อน เพราะการสวมที่หัวแม่มือนั้น ต้องเป็นผู้มีเงินทองแบบหลงจู๊อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเกินวาสนาตน

สำหรับคนที่เกิดวันจันทร์

ผู้หญิง ให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยทองคำ เงิน นาค โลหะผสม หรือหินสีต่างๆก็ได้ แต่ควรเป็นแหวนที่วงค่อนข้างผอม บาง หัวแหวนเล็กๆ จึงจะสอดคล้องกับผู้ที่เกิดในวันจันทร์

ผู้ชาย ควรสวมแหวนเน้นไปที่นิ้วชี้ นิ้วนาง นิ้วกลางก็จะเสริมดวงและคุ้มครอง ห้ามสวมแหวนนิ้วก้อยและนิ้วหัวแม่มือเด็ดขาด ส่วนผู้หญิงก็ให้สวมที่นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรือง สร้างพลังแห่งเมตตามหานิยมแก่เจ้าของ

นอกจากนี้ยังไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ สามารถสวมแหวนซ้อนกันสองวงได้ แต่ถ้าเป็นสามวงซ้อนในนิ้วเดียวกันไม่ควรอย่างยิ่ง จะทำให้เกิดความผิดพลาด ในเรื่องของความรักได้ง่าย ๆ

สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร

ผู้หญิง ให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมนิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นของที่แตกหักได้ ตัวแหวนควรค่อนข้างหนาสักหน่อยจึงจะดี หัวแหวนควรใหญ่เช่นกัน ก็จะสามารถเหนี่ยวนำความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชาย ควรสวมไว้ที่นิ้วกลางนิ้วชี้ ก็จะคุ้มครองผู้สวมใส่ ไม่ควรสวมแหวนนิ้วนางหรือนิ้วก้อยจะทำให้ไม่มีพลัง ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วกลางนิ้วชี้และนิ้วนางเท่านั้น ก็จะส่งพลังคุ้มครองในทุกเรื่อง

นอกจากนี้แล้วยังไม่ควรสวมแหวนที่นิ้วก้อย จะทำให้เสียพลังที่เข้มแข็ง ที่สำคัญการสวมแหวนซ้อนกันหลายวงในนิ้วเดียวกันสามารถทำได้ ไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียหรือมีผลใด ๆ ในเรื่องของความรัก


สำหรับคนที่เกิดวันพุธ

ผู้หญิง ให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายให้สวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทอง เงินหรือหยก ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว ไม่ควรหนาหรือบางจนเกินไป หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ หรือทำเป็นรูปเหลี่ยมๆ จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชาย ควรสวมแหวนไว้ที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนี้ยังสามารถสวมแหวนหลายวง หลายนิ้วพร้อมกันได้

สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัสบดี

ผู้หญิง ให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือข้างขวา ตัวเรือนทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือทองคำขาว ตัวแหวนควรพอดีกับนิ้ว หรือค่อนข้างใหญ่หน่อยก็ยังดี หัวแหวนควรทำด้วยรัตนชาติแท้ แต่ควรจะมีประกายส่องสว่าง ถึงจะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชาย ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนางก็ได้ หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรสวมแหวนนิ้วก้อย ส่วนผู้หญิงควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลางหรือนิ้วนาง ก็จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆเรื่อง นอกจากนี้ไม่ควรสวมแหวนพร้อมกันหลายวง จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก

สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์

ผู้หญิง ให้สวมที่นิ้วมือข้างซ้าย ส่วนผู้ชายสวมที่นิ้วมือขวา ตัวเรือนควรทำด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ทองคำ เงินหรือทำจากหิน ตัวแหวนควรมีลักษณะเป็นแฟชั่นหยักๆ หรือเป็นคลื่น หัวแหวนควรมีสีสัน หรือเป็นแหวนหลายหัวก็ได้ จะสามารถเพิ่มพลังของความเจริญรุ่งเรืองได้

ผู้ชาย ควรสวมแหวนที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง หรือนิ้วก้อย หรือจะใส่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้เช่นกัน ส่วนผู้หญิงสามารถสวมแหวนนิ้วไหนก็ได้ในทุกนิ้ว จะสามารถคุ้มครองได้ในทุกๆ เรื่อง แต่การสวมแหวนซ้อนกันมากจนเกินไป จะทำให้เสียพลังในเรื่องของความรัก เปรียบเหมือนการมีรักซ้อนซ่อนรัก หรือจะกลายเป็นคนที่รักอิสระจนเกินกว่าจะควบคุมได้

 

 พลอย อัญมณี เสริมดวงชะตา

     แร่รัตนชาติ หรือ รัตนชาติ เป็นกลุ่มประเภทของแร่ประเภทหนึ่ง ติแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เพชร และพลอย ซึ่งหมายถึง อัญมณีทุกชนิดยกเว้นเพชร หากผ่านการตกแต่งหรือเจียระไนแล้ว เรียกว่า อัญมณี นอกจากนี้ สารประกอบที่ได้จากสิ่งมีชีวิตที่อาจจัดเป็นรัตนชาติได้แก่ ไข่มุก และปะการังและอำพัน นพรัตน์ ได้แก่ เพชรดีมณีแดง เขียวแสงใสมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์ หลักโหราศาสตร์ ชีวิตบนโลกล้วนขึ้นอยู่กับนพเคราะห์ กล่าวกันว่าการสวมใส่ ๙ รัตนชาติ จะช่วยให้ดวงดาวตามโหราศาสตร์สมดุล และมีสิริมงคลต่อผู้สวมใส่ บางก็เรียก มณีนพเก้า เกจิอาจารย์มักนำมาสร้างเป็นแหวน นพเก้า ครอบคุม 108 หรือ นำพลอยมาฝังในพระเครื่องเพื่อเสริมสิริมงคล

 

ดวงดาว(วัน) รัตน จักรราศี เสริมศิริมงคล

พระอาทิตย์ มณีแดง สิงห์ ความสำเร็จ ลาภยศ

พระจันทร์ มุกดา กรกฎ ความบริสุทธิ์ ร่มเย็น

พระอังคาร เพทาย เมษ/พิจิก แคล้วคลาด

พระพุธ มรกต เมถุน/กันย์ ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง

พระพฤหัสบดี บุษราคัม ธนู/มีน มหาเสน่ห์

พระศุกร์ เพชร พฤษภ/ตุลย์ มหาอำนาจ ร่ำรวย

พระเสาร์ ไพลิน มังกร/กุมภ์ ความรัก ความเมตตากรุณา

พระราหู โกเมนเอก - สุขภาพดี

พระเกตุ ไพฑูรย์ - เทวดาคุ้มครอง ป้องกันฟืนไฟ

 

คาถาบูชานพเคราะห์ ประจำวันเกิด

 

วันอาทิตย์ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ ชื่อคาถาพระนารายณ์แปลงรูปใช้ทาง เมตตามหานิยมก็ได้ สวดวันละ 6 จบ
วันจันทร์ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ชื่อคาถากระทู้เจ็ดแบกใช้ทางคงกระพัน สวดวันละ 15 จบ
วันอังคาร ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ชื่อคาถาฝนแสงห่าใช้ทางเมตตามหานิยม สวดวันละ 8 จบ
วันพุทธกลางวัน ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ชื่อคาถาพระนารายณ์เคลื่อนสมุทร ใช้เสกปูนสูญฝี สวดวันละ 17 จบ
วันพุทธกลางคืน คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ ชื่อคาถาพระนารายณ์พลิกแผ่น ดินใช้แก้ความผิดต่างๆ สวดวันละ 12 จบ
วันพฤหัส ภะ สัม สัม วิ สะ เท กะ ชื่อคาถาพระนารายณ์ตรึงไตรภพใช้ทาง เมตตามหานิยม สวดวันละ 19 จบ
วันศุกร์ วา โธ โน อะ มะ มะ วา ชื่อคาถาพระพุทธเจ้าตวาดหิมพานต์ใช้ ทางมหานิยม สวดวันละ 21 จบ
วันเสาร์ โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ ชื่อคาถาพระนารายณ์ถอดจักรใช้ทางถอดคุณไสยศาสตร์ สวดวันละ 10 จบ

 

อัญมณีประจำปีนักษัตร  

ปีชวด   อัญมณีคือ โกเมน สีประจำคือ สีแดงออกส้มๆ
ปีฉลู     อัญมณีคือ มุกดาหาร สีประจำคือ สีขาวขุ่น
ปีขาล   อัญมณีคือ เพทาย สีประจำคือ ขาวอมฟ้า
ปีเถาะ   อัญมณีคือ ไพฑูรย์และมรกต สีประจำคือ สีเขียว
ปีมะโรง  อัญมณีคือ ไพฑูรย์ สีประจำคือ สีเขียว
ปีมะเส็ง  อัญมณีคือ เพชร สีประจำคือ ขาวสว่าง
ปีมะเมีย  อัญมณีคือ ไพลิน สีประจำคือ น้ำเงิน
ปีมะแม   อัญมณีคือ มุกดาหาร สีประจำคือ ขาวขุ่น
ปีวอก    อัญมณีคือ บุษราคัม สีประจำคือ เหลือง,ส้ม หรือเหลืองออกส้ม
ปีระกา   อัญมณีคือ โกเมน สีประจำคือ สีแดงออกส้ม
ปีจอ     อัญมณีคือ มรกต สีประจำคือ สีเขียว
ปีกุน    อัญมณีคือ ไพฑูรย์ สีประจำคือ สีเขียว

แหล่งอ้างอิง:

 
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=922488

b-2

 

แหวนนพเก้ากับความเชื่อโบราณ

 

แหวนนพเก้า เป็นแหวนสูงค่าที่รู้จักกันดีมานานนับร้อยปี โดยทำขึ้นจากอัญมณีหรือรัตนชาติ 9 ชนิดมารวมอยู่ในวงเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย
 
เพชรดีมณีแดง(ทับทิม) เขียวใสแสงมรกต
เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก
สีหมอกเมฆนิลกาฬ(ไพลิน) มุกดาหารหมอกมัว
แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์
 
ตามความเชื่อที่ว่า อัญมณีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในทางมงคล ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ และขจัดความไม่เป็น มงคลทั้งหลายให้สิ้นไปได้ หากผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ก็เท่ากับมีมงคลไว้ติดตัวทำสิ่งใดย่อมมีความสำเร็จ
 
ด้วยเหตุที่แหวนนพเก้ามีทั้ง ความงามและคุณค่าในตัวเอง โดยแทบไม่ต้องปรุงแต่งนับแต่โบราณมาแล้ว คนไทยได้รับอิทธิพลความเชื่อของอัญมณี 9 ชนิดนี้มาจากอินเดีย แต่ไม่ปรากฎแน่ชัดว่า เข้ามามีอิทธิพลเมื่อไร
 
ด้วยเหตุที่คนอินเดียมีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันยาวนาน เขาจึงรู้คุณค่าและความสวยงามของอัญมณี 9 ชนิดนี้เป็นอย่างดี ทั้งยังนำไปเกี่ยวข้องและเกี่ยวพันกับดวงดาว ในระบบสุริยะจักรวาลและเทพ ประจำดวงดาว ซึ่งมีอำนาจและพลังเป็นคุณวิเศษที่จะนำพาความเจริญรุ่งเรือง และสิริมงคลทั้งหลายมาสู่ผู้สวมใส่
 
นอกจากนี้ยังมีพลังแห่งการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ด้วย ไม่เพียงเท่านี้ชาวตะวันตก ชาวอียิปต์โบราณ ชาวจีน หรือแม้แต่ชาวป่าเผ่าต่างๆ ก็มีความเชื่อถือในพลังของอัญมณี เหล่านี้เช่นกัน
 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.patchra.net
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

 

 

นานาทรรศนะอัญมณีเสริมราศี

 

ได้ อ่านหนังสือที่น่าสนใจ เรื่อง "เพชรพลอยเพื่อสิริมงคล" ของผู้เขียน "มณิขจิต" เป็นหนังสือที่ให้แง่มุมเกี่ยวกับอัญมณีเสริมราศีได้ดีมาก ๆ เพื่อน ๆ ที่สนใจหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ สำนักพิมพ์มติชน ในหนังสือมีทรรศนะเกี่ยวกับพลังของอัญมณี เพื่อเสริมโชคชะตาไว้ดังนี้

าจารย์เก่งกาจ จงใจพระ
“ใส่ เพชรพลอยที่ถูกโฉลกก็เหมือนกับสื่อล่อฟ้านั่นแหละ สีของอัญมณีก็เหมือนตัวแทนดวงดาวต่าง ๆ ถ้าใส่เพชรพลอยที่เป็นมงคลกับดวงก็จะดึง ‘พลัง’ ลงมาสู่เรา เพราะมนุษย์เราเป็นส่วนย่อยของจักรวาล


ถ้า ดาวดวงไหน (ในดวงของแต่ละคน) ตกตำแหน่งที่ไม่ดี คือ อริ วินาศ มรณะ ก็ต้องหาอัญมณีมาใส่เสริม แต่ดวงดาวจะมีเวลาโคจรจากตำแหน่งเดิม จึงต้องควรตรวจดวงบ่อย ๆ ว่าปีนี้โคจรไปอยู่ตำแหน่งดีหรือไม่ จะได้หาทางแก้ไขกัน คนโบราณจะออกศึก หรือออกงานสำคัญ ๆ เช่นการประชุมระดับชาติของท่านผู้นำจึงให้ความสำคัญเรื่องการใช้ ‘สี’ มาก ทั้งเสื้อผ้า และอัญมณี”

อาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม นักโหราศาสตร์ชื่อดังติดอันดับของเมืองไทย ได้พูดถึงเรื่องสิริมงคลของเพชรพลอยไว้ว่า
“ผม คิดว่าเป็นเรื่องน่าเชื่อถือ ดีกว่าทำอะไรลวก ๆ หรือไม่รู้เสียเลยว่าคนโบราณท่านสังเกตอะไรไว้บ้าง ความเชื่อต่าง ๆ เกิดจากการสังเกตกันมานานจนรวบรวมเป็นสถิติได้ การสังเกตเรื่องเพชรพลอยว่า วัน เดือน ปี ราศีอะไร สอดคล้องกับอัญมณีชนิดใดของคนโบราณแล้วนำมาใช้เป็นหลัก เปรียบเสมือนการฝืนดวงให้ดีขึ้น อย่างดาวดวงไหนตกอริ มรณะ วินาศ ก็ต้องสรรหาสีของอัญมณีมาเสริม การฝืนดวงก็เหมือนปลาว่ายทวนน้ำ คือ ‘ปลาเป็น’ การพยายามปรุงแต่งชีวิตให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีอำนาจในการต่อรอง คนอื่นมีความรู้สึกที่ดีต่อเรา ด้วยการใช้อัญมณีมาเสริมจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ดีกว่าแต่งสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่รู้ว่า ‘เสริมหรือขัดกับดวง’ หรือไม่”

อาจารย์โอภาส กิจกำแหง
ได้ ให้ทรรศนะเรื่องเพชรพลอยไว้ว่า “มนุษย์นั้นสำคัญที่จิต จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เป็นพลังในการดำเนินชีวิต อะไรก็ตามที่ส่งผลให้เกิดกำลังใจในทางสร้างสรรค์ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมีมงคล เช่นเดียวกับ ‘อัญมณี’ ที่เปรียบเสมือนของขวัญจากธรรมชาติ สามารถสร้างความศรัทธาความเชื่อมั่นในเรื่องของ ‘สิริมงคล’ ปนโชคชะตาราศี บุคลิกภาพที่ดีมีความสง่างาม และภาพลักษณ์ที่แสดงถึงสถานภาพและความมีรสนิยม
หากจะให้ดีบุญมีบารมีถึงได้เป็นผู้ครอบครองแล้ว ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย ทั้งบุคลิก สถานะ กาละ เทศะ จะได้ดูดีมี ‘เทสต์’ มากขึ้น ของดีที่สุดอาจจะไม่ใช่ของที่เหมาะสมที่สุด แต่ของที่เหมาะสมที่สุดนั่นแหละครับดีที่สุดสำหรับเรา ใครที่มีบุญกุศลได้เป็นเจ้าของอัญมณีมีค่าราคาแพง บอกได้เลยว่าเกิดจากบุญเก่า อานิสงส์วิบากกรรมเก่ามาดีจึงมีได้ แต่อย่าลืมสร้างกรรมใหม่ที่ดีเยอะๆ ด้วย”

พ.ต.ท. อภิศักดิ์ สวนคล้าย สารวัตรมือปราบผองมิจฉาชน ได้พูดถึงเรื่องสิริมงคลของเพชรพลอยไว้ว่า “ผมสวมแหวนหยกอยู่วงหนึ่งเป็นประจำ เพราะทราบมาว่าหยกเป็นอัญมณีที่เป็นสิริมงคล จะทำให้โชคดีในเรื่องต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้เรา ทำให้รู้สึกสบายใจ มีความเชื่อมั่นมากขึ้น และในฐานะตำรวจคนหนึ่งที่ต้องเสี่ยงภัยกับเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นก็ทำให้ รู้สึกอุ่นใจว่าหยกจะช่วยคุ้มครองให้พ้นภัยได้เช่นเดียวกับเครื่องรางอื่น ๆ แต่ในด้านของความสำเร็จต่าง ๆ นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของเราเป็นสำคัญ เพชรพลอยจึงเป็นเรื่องของความสวยงามและกำลังใจด้วย”

คุณ วิภาจรีย์ จินดาลัทธ แอร์โฮสเตสสาวผู้น่ารักแห่งการบินไทย ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า “น้องยุ้ยชอบพลอยสีม่วงมาก (อเมธิสต์) พอดีรู้มาว่าพลอยสีม่วงนี้ช่วยคุ้มภัยได้ ทำให้โชคดีในทุกเรื่อง อาชีพของเราต้องเดินทางอยู่เสมอ จึงรู้สุกว่าเป็นกำลังใจที่มีพลอยนี้ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง ไม่ได้คิดแต่เรื่องปลอดภัยอย่างเดียวเท่านั้น แม้กระทั่งบินเที่ยวไหนก็หวังว่าจะพบเพื่อนร่วมงานที่ดี ผู้โดยสารที่ดี ราบรื่นไปหมดทุกเรื่อง ก็เป็นกำลังใจอบอุ่นที่มีแหวนพลอยม่วงติดตัวอยู่เสมอที่เดินทางไกล
ส่วนที่รู้สึกว่าเป็นสิริมงคลที่ดีมากกับตัวเองก็คือ จี้เพชรรูปหัวใจที่คุณแม่ทำให้ เวลาอยู่เมืองไทย จะสวมตลอด รู้สึกอบอุ่นเหมือนคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ รู้สึกถึงความรักที่มีต่อลูก ก็ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บรักษาไว้ตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบอะไร รวมทั้งแหวนพลอยม่วงด้วยค่ะ”

พ.ต. พรหมวิษเนตร สัตถาผล นายทหารปืนใหญ่ได้ให้ทรรศนะเรื่องสิริมงคลของเพชรพลอยนี้ว่า “คนไทยนักแต่อดีตมาแล้วซึ่งนับถือพุทธศาสนาเป็นสรณะอันสูงสุดในการดำเนิน ชีวิตเพื่อเป็นการแสดงความเคารพบูชาเทิดเกียรติแด่พระพุทธศาสนา จึงต่างสักการบูชาด้วยการถวายสิ่งของที่มีค่าสูงยิ่ง อย่างเช่นยอดเจดีย์ต่าง ๆ ที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า มักมี ‘เพชรพลอย ทองคำ’ ประดับประดาหรือบรรจุรวมอยู่ด้วยเสมอ โดยเชื่อกันว่า อัญมณีที่มีสีสันงดงามเปล่งประกายแวววับจับตานั้นบ่งบอกถึงความรุ่งโรจน์ เจริญก้าวหน้า และความโชคดีมีสุขของชีวิต
ความแข็งแกร่งของอัญมณีแสดงถึงความมั่งคั่ง บริบูรณ์ของทรัพย์ ความตั้งมั่นในการดำเนินการใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์มุ่งไปสู่ความสำเร็จ

ธรรมรงค์รายรัดพระหัตถ์รอบ มงคลประกอบยอดทับทิมบนเรือนหมอน
เพชรมณฑปเหลี่ยมวิลาสปาดยอดรอน มรกตเหลี่ยมเกสรเท่าผลบัว
โกเมนน้ำหมึกทั้งบุศย์นอก มุกดาเท่าบัวบอกเป็นหมอกทั่ว
เพชรฑูรย์สังวาลกลิ้งอยู่เต็มตัว นิลไม่ชั่วใสโปร่งตลอดซับ
ทั้งเก้าวงล้วนผูกเป็นเรือนยอด สลับเพชรบ่าสอดแกมสลับ
อีกวงหนึ่งธรรมรงค์สำหรับทัพ นพเก้าเรืองประดับระยับพราย
แล้วทรงรัดเข็มขัดประจำมั่น เรือนครุฑเพชรกุดั่นกระสันสาย
วะวาบวับแววเวียนวิเชียรพราย สอดสายสังวาลนพรัตน์

อัญมณี ทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในพระนิพนธ์นี้เชื่อกันว่า
เพชร ทำให้มีอานุภาพ ชนนะศัตรู ครองความเป็นผู้ยิ่งใหญ่
ทับทิม ทำให้สมบูรณ์ด้วยลาภยศ มีอายุยืน
ถ้าเป็นเจ้าเมืองฝนจะตกต้องตามฤดูกาล
มรกต ทำให้อยู่ยงคงกระพัน ป้องกันอาวุธ เขี้ยวงา หรืออุบัติเหตุ
บุษราคัม ทำให้มีเสน่ห์ ใจคอเยือกเย็น สุขุม รอบคอบ
โกเมน ทำให้คลาดแคล้วจากอันตราย เจริญรุ่งเรือง อายุยืนนาน
นิลกาฬ (ไพลิน) ทำให้ร่ำรวย
มุกดาหาร ทำให้มีเสน่ห์ เป็นมงคล ร่มเย็น และชนะข้าศึกศัตรู
เพทาย ทำให้ชนะคดีความ ชีวิตรุ่งเรือง
ไพฑูรย์ ป้องกันฟืนไฟ มีเทวดามาคุ้มครอง

     อัญมณีทั้งเก้าชนิด รวมเรียกว่า นพเก้า ถือเป็นมงคลสูงสุด ใครมีอยู่ในครอบครองนับว่าโชคดีมาก เป็นมงคลแก่ชีวิตตลอดไป
จาก ศรัทธาและความเชื่อมั่นอย่างแน่แท้ว่า อัญมณีที่สวมใส่อยู่นั้น เป็น สิริมงคล ดังนั้นผู้ที่ครอบครองอัญมณีที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจึงมักเปล่งประกายบุคลิก ของความเป็นผู้นำ เพราะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ความมีศรัทธาสูงในบางสิ่งบางอย่างก่อให้เกิดสมาธิคล้าย ๆ กับการ ‘เพ่งกสิณ’ ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทำให้เกิดสติปัญญาในการวางแผนปฏิบัติงานที่รัดกุมรอบคอบ เมื่อลงมือทำแล้วจึงมักไม่ค่อยมีปัญหา และประสบผลดีอยู่เสมอ หรือคือความโชคดีนั่นเอง เพชรพลอย จึงเป็นขวัญและกำลังใจ ที่ผลักดันให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้เช่นกัน”

ที่มา http://www.aiyaragem.com