ข่าวสาร6

**  ติดต่อสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์หรือทางLINEเท่านั้น  **

การสั่งซื้อจะสมบูรณ์เมื่อได้ตกลงทางโทรศัพท์ 086-3645435 (คุณอั๋น)

หรือทางLINEเท่านั้น ID LINE: @doodeejewelry

 

emerald1

มรกต / Emerald

     ประวัติศาสตร์จารึกว่า คนอียิปต์รู้จักขุดมรกตมาใช้เป็นเครื่องประดับเมื่อประมาณ 5,500 ปีมาแล้ว เหมือง Sikait-Zabara ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ทะเลแดงคือ แหล่งที่มาของมรกตในอียิปต์   พระนาง Cleopatra ทรงนิยมใช้มรกตเป็นอัญมณีประดับ เพราะเชื่อว่ามัน เป็นมณีอมตะที่สามารถรักษาโรคท้องร่วง และทำให้คนที่สวมใส่มันมีจิตใจผุดผ่อง กษัตริย์และราชินีอินเดีย   ในสมัยโบราณ ทรงแสวงหามรกตสีเขียวมาไว้ในครอบครองเช่นกัน เมื่อพระเจ้าชาห์ Nadir แห่งเปอร์เซียทรงพิชิตอินเดียได้ในปี พ.ศ. 2282 พระองค์ได้ทรงนำมรกตขนาด 300 กะรัต   ที่พบในอินเดียกลับสู่อิหร่านเพื่อประดับมงกุฎของพระองค์ จักรพรรดิแห่งอาณาจักร Ottoman ก็ทรงสนพระทัยในความงามของมรกตมากถึงกับนำมรกตเม็ดใหญ่ขนาดเท่ากำปั้นเด็กมา   ประดับที่มงกุฎของพระองค์ แต่ชาวยุโรปเมื่อได้เห็นมรกตเป็นครั้งแรกไม่รู้สึกชื่นชอบใดๆ เพราะได้มีจิตใจผูกพันอยู่กับเพชรมานาน แต่เมื่อนายพล Cortez แห่งสเปน พิชิตอาณาจักร   มายาและ Aztec ได้สำเร็จ เหล่าทหารได้ขโมยทองคำและเงินของอาณาจักรทั้งสองกลับไปสเปน แต่เมื่อได้เห็นมรกต ความโลภได้ทำให้ทหารในกองทัพพยายามเสาะแสวงหาแหล่ง   มรกตอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ทำให้ต้องสู้รบกับชาวอินเดียนตลอดทาง และเมื่อได้กวาดต้อนและปล้นมรกตไปมากพอสมควรแล้ว Cortez จึงรู้ว่า มรกตที่เมือง Muzo ในประเทศ Colombia มีน้ำงามกว่ามรกตใดๆ กองทัพสเปนจึงได้บุกเมือง Muzo ในปี พ.ศ. 2101 และได้จับคนอินเดียนนับหมื่นไปเป็นทาสขุดหามรกต ให้สเปน แต่การที่นายพล Cortez ไม่ได้นำมรกตที่ได้ไปทูลถวายพระราชินี Isabella ได้ทำให้พระนางทรงไม่พอพระทัย ความตกต่ำในหน้าที่การงาน จึงได้บังเกิดแก่ Cortez ตั้งแต่นั้นมา

นักธรณีวิทยารู้ดีว่า มรกตเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่เรียกกันทั่วไปว่า Beryl สารประกอบชนิดนี้มีสูตรโครงสร้างทางเคมีเป็น Be3 Al2 (SiO3) Aluminum Beryllium Silicate มรกตมีความ   หนาแน่นมากกว่าน้ำราว 2.7 เท่า และเป็นผลึกหกเหลี่ยมด้านเท่า การที่มรกตมักอยู่ปนกับแร่อื่นๆ ทำให้มรกต ที่พบในธรรมชาติไม่บริสุทธิ์คือมีริ้วรอยและสิ่งเจือปน แต่ในบางครั้งเรา   ก็อาจ พบมรกตที่บริสุทธิ์ได้ ซึ่งถ้าพบจริง สีเขียวจัดของมันจะทำให้มีค่ามาก

นักเคมีได้พบว่า สารประกอบ Chromium Oxide Cr2 O3 ที่ทำให้ทับทิมมีสีแดง หากนำมาใส่ในแร่ Beryl สามารถทำให้แร่ มีสีเขียวสดใสได้ทันที   ทุกวันนี้นักอัญมณียอมรับว่า มรกตที่ดีที่สุดมาจากเหมืองที่เมือง Muzo ในประเทศ Colombia และเราก็มีหลักฐานมากมาย ที่แสดงว่าชนชาวอินคา (Inca) ก็ขุดมรกตจากเหมือง   เหล่านี้ เหมืองมรกตแถบภูเขา Ural ในยุโรปก็มีมรกตที่ล้ำค่าเช่นกัน ส่วนมรกตที่ขุดได้ในบราซิลมักจะมีสีซีด มงกุฎของพระเจ้าชาร์แห่งรัสเซีย มักมีมรกตประดับมากมาย และมรกตชื่อ Devonshire Emerald ที่ติดประดับมงกุฎ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ British Museum of Natural History นั้นมีน้ำหนักถึง 1,343 กะรัต

มรกตก็เช่นเดียวกับทับทิมและเพชรคือ สามารถสังเคราะห์ได้ในห้องทดลอง ผลึกของมรกตสังเคราะห์ มีลักษณะหกเหลี่ยม เช่นเดียวกับมรกตจริง และมีความหนาแน่นพอๆ   กับมรกตจริง ความคล้ายคลึงระหว่างมรกตจริงกับมรกตเทียม จึงสร้างปัญหา ให้ผู้ซื้อที่ขาดประสบการณ์พอสมควร และสำหรับผู้เชี่ยวชาญ เขาสามารถจะบอกความแตกต่างได้โดย   การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ เช่น ปล่อยแสงอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น 360 manometer ผ่านมรกตทดสอบ เขาจะเห็นว่ามรกตจริงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใด   แต่มรกตสังเคราะห์จะเรืองแสง เป็นต้น สำหรับวิธีทำมรกตเทียมนั้น เขาใช้วิธีเผาสารประกอบ Lithium Molybdate จนกระทั่งมีอุณหภูมิสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส แล้วเอา Beryllium Oxide, Aluminum Oxide, Silica และ Chromium เติม จากนั้นเอาก็จะใส่เกล็ดมรกตเล็กๆ ลงไปเพื่อเป็นตัวล่อให้ผลึกก่อตัว

ปราชญ์โรมันที่ชื่อ Pliny the Elder ได้เคยเขียนบันทึกไว้ว่า ไม่มีสีเขียวใดๆ จะเขียวยิ่งกว่าสีเขียวของมรกต ณ วันนี้คนทุกคน ยอมรับว่ามรกตที่เขียวสดใสที่สุด เป็นมรกตที่ได้มาจาก   เหมืองในประเทศ Colombia ซึ่งเขียวยิ่งกว่ามรกตจากออสเตรียและ Zambia ปัญหาที่นักประวัติศาสตร์และนักค้าอัญมณีทั้งหลายต้องประสบตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงวันนี้ก็คือ   มรกตแต่ละเม็ดถูกขุดมาจากที่ใด

มาบัดนี้ปัญหาดังกล่าวกำลังจะหมดไป เพราะคณะนักวิจัยจากฝรั่งเศสได้พบวิธีหาแหล่งกำเนิดของมรกตได้แล้วโดยการวัด อัตราส่วนของไอโซโทปของออกซิเจนในมรกตนั้นๆ (Isotope คือธาตุที่มีจำนวนอนุภาคโปรตอนในนิวเคลียสของมันเท่ากันเช่น 16O และ 18O เป็นธาตุ Isotope เพราะนิวเคลียสของมันมีโปรตอนเท่ากันคือ 8 ตัว แต่มีนิวตรอนต่าง   กันคือ 8 และ 10 ตัว ตามลำดับ) ซึ่งตัวเลขที่ได้นี้คณะนักวิจัยพบว่าสามารถ ระบุเหมืองที่มาของมรกตได้ การค้นพบนี้ทำให้นักอัญมณีเข้าใจขั้นตอนการเกิดมรกตและ   นักประวัติศาสตร์ รู้ประวัติความเป็นมาของมรกตทุกเม็ดได้ทันที

เพราะมรกตคือแร่ Beryl ที่มี Chromium ปนทำให้มันมีสีเขียว ดังนั้น งานหลักในการบอกความแตกต่างระหว่างมรกต แต่ละเม็ดคือการวิเคราะห์ดูว่าแร่ Beryl นั้นมีธาตุอะไรปน   แต่มรกตเม็ดยิ่งงามก็ยิ่งไม่มีสารเจือ ดังนั้น การวิเคราะห์หา แหล่งที่มาของมรกตแต่ละเม็ด จึงเรื่องยาก เมื่อหลายปีมาแล้ว G. Giuliani แห่ง Petrographic and Geochemical   Research Center ที่เมือง Vandoeuvre-Les-Nancy ในประเทศฝรั่งเศสได้พบว่า มรกตตามเหมืองต่างๆ มีไอโซโทปของธาตุออกซิเจนต่างกัน ทั้งนี้เพราะสภาพทางธรณีวิทยาของ   แหล่งกำเนิดมรกตแต่ละแหล่งไม่เหมือนกัน

ในวารสาร Science ฉบับวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2543 คณะนักวิจัยภายใต้การนำของ Giuliani ได้รายงานผลการ วิเคราะห์มรกตจำนวน 9 เม็ด เพื่อหาแหล่งที่มาของมัน โดยการ   ใช้อุปกรณ์ชื่อ Ion Microprobe สกัดอะตอม 2-3 ตัวจากผิวของมรกตไปศึกษา และเขาก็ได้พบว่าจากมรกต 4 เม็ดที่ขณะนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในกรุง Hyderabad ประเทศอินเดีย 3 เม็ด   มาจากเหมือง 3 เหมืองใน Colombia และอีกเม็ดมาจากเหมืองใน Afghanistan การค้นพบนี้ได้เบิกเนตรนักประวัติศาสตร์ให้รู้ว่าในสมัยโบราณได้มีการค้าอัญมณีใน Afghanistan พอสมควร

Giuliani และคณะยังได้ตรวจสอบมรกตอีก 4 เม็ด ที่เก็บรักษาไว้ที่ National Museum of Natural History ในกรุงปารีส เม็ดแรกประดับอยู่ที่ตุ้มหูของราชินีโรมัน เม็ดที่สองติดอยู่ที่   มงกุฎของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ส่วนอีกสองเม็ดเป็นของ R.J. Hauy นักอัญมณีชาวฝรั่งเศสในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18

ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า มรกตเม็ดแรกมาจากเหมืองใน Swat ของปากีสถานและได้มาถึงยุโรปตามเส้นทางสายไหม (Silk Road) เม็ดที่สองมาจากเหมืองในประเทศออสเตรีย   ส่วนอีกสองเม็ดของ Hauy นั้นมาจากเหมืองในออสเตรียและอียิปต์

มรกตเม็ดสุดท้ายที่คณะนักวิจัยได้วิเคราะห์เป็นของสมาคม Mel Fisher Maritime Heritage Society ที่ Key West ในรัฐฟลอริดา ซึ่งมรกตเม็ดนี้เป็นมรกตที่ได้มาจากเรือรบสเปนชื่อ Nuestra Senora de Atocha ที่ได้จมลงนอกฝั่งฟลอริดาเมื่อ 378 ปีมาแล้ว ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า มรกตเม็ดนี้มาจากเหมืองชื่อ Te Guendama ใน Colombia

จึงนับว่าเทคนิคนี้จะช่วยนักค้าอัญมณีในการซื้อขายมาก เพราะค่าของมรกตขึ้นกับสถานที่ให้กำเนิดมันและ (อาจจะ) ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ที่รู้จักใช้เทคนิคนี้ร่ำรวยมั่งก็ได้

..........................................................................

 

     มรกตเป็นรัตนชาติอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าราคาสูง และหาได้ยากเช่นเดียวกันกับรัตนชาติมีค่าสูงอื่น ๆ   สีเขียวเข้มสดของมรกตยากที่จะหาสีเขียวของรัตนชาติอื่นใดเทียบได้   และจะเรียกว่าสีเขียวมรกต มรกตอาจมีความมืด - สว่าง แตกต่างกันไป แต่ไม่ควรมีสีเขียวอ่อน ถ้ามรกตมีสีเขียวอ่อน ก็ไม่ควรจะเรียกว่ามรกต ชนิดที่มีสีเขียวอ่อนนั้น   สีเกิดจากธาตุเหล็ก แต่สีเขียวที่เข้มสดของมรกตเกิดจากธาตุโครเมียม หรือวาเนเดียม หรือจากทั้งสองธาตุอยู่ในโครงสร้างของผลึก มรกตคุณภาพดีชนิดที่มีสีเขียวเข้มสวยสด   ไม่มีสีเหลือง หรือสีน้ำเงินปน และปราศจากตำหนิมลทินใด ๆ   อาจจะมีราคาสูงถึงหลายหมื่นบาทต่อกะรัต อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามรกตจะมีคุณภาพดีสีสวยเท่าใด มักจะมีตำหนิ   มลทินเกิดอยู่ในเนื้อเสมอ ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของมรกต ตำหนิมลทินต่าง ๆ   อาจจะมีมากหรือน้อย มองเห็นได้ยาก หรือง่ายก็ได้ และมรกตมักจะมีความเปราะ   แตกหักได้ง่าย ไม่คงทนต่อแรงกระเทก ความร้อน หรือสารเคมีต่าง ๆ   ดังนั้นจะต้องระมัดระวังรักษาดูแลเป็นพิเศษ มรกตเป็นแร่ที่อยู่ในกลุ่มแร่เบริล แต่มีลักษณะกำเนิดที่แตกต่าง   จากแร่เบริลชนิดอื่น ๆ   มรกตมักจะพบเกิดอยู่ในหินแปร ซึ่งจะมีบริเวณจำกัดต่อการเกิดของผลึกแร่ จนมีผลต่อขนาด และความหายากของมรกต แต่แร่เบริลโดยทั่วไปมักจะพบ   เกิดอยู่ในสายแร่เพกมาไทด์ ซึ่งจะให้ผลึกแร่มี่มีขนาดใหญ่กว่า และมีปริมาณมากกว่า มรกตมักจะพบอยู่ในหินต้นกำเนิด หรือแหล่งแบบปฐมภูมิมากกว่าแหล่งแบบลานแร่สะสมตัว   เนื่องจากมรกตมีความเปราะนั่นเอง จึงมักจะถูกทำลายได้ง่ายก่อนที่จะถูกพัดพาไปสะสมตัวในแหล่งไกล ๆ    คุณสมบัติต่าง ๆ ของมรกต เช่นความถ่วงจำเพาะ   ค่าดัชนีหักเห   ของแสง  สีแฝด   เป็นต้น มักจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ตามลักษณะสภาวะแวดล้อมของการเกิดในบริเวณต่าง   ๆ  แหล่งมรกตในประเทศโคลัมเบีย ซึ่งมีเหมืองแร่มรกตอยู่   หลายแห่ง มรกตที่มีคุณภาพดีมีสีเขียวงามสวยสด และมีขนาดพอสมควร จะได้มาจากแหล่งชื่อ ชิวอร์ และมูโซ นอกจากนี้ยังมีแหล่งในประเทศต่าง ๆ ที่ให้มรกตที่สวยงามไม่แพ้   มรกตจากโคลัมเบีย เช่น ในประเทศบราซิล  ซิมบับเว   แซมเบีย  แทนซาเนีย  รัสเซีย   ออสเตรเลีย  อินเดีย   เป็นต้น แต่มรกตจากแหล่งเหล่านั้น มักจะมีปริมาณน้อย   และไม่เป็นที่นิยม   สำหรับรูปแบบของการเจียระไนที่เป็นที่นิยมสำหรับมรกตก็คือ แบบสี่เหลี่ยมตัดมุมขั้นบันได (ระดับ)   หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า เหลี่ยมมรกต นอกจากนี้อาจ   มีแบบรูปไข่ รูปหยดน้ำ โค้งมนหลังเต่า แกะสลัก เป็นต้น มรกตมักจะมีการเทียมเลียนแบบได้ ทั้งจากมรกตสังเคราะห์   รัตนชาติสังเคราะห์   และรัตนชาติธรรมชาติอื่นๆ   การตรวจจำแนกอาจจะต้องใช้ประสบการณ์ และความชำนาญเข้าช่วยเป็นอย่างมาก

มรกตแบ่งออกเป็นระดับทางการค้า 6 ระดับ

1. มรกตโคลัมเบีย มีสีเขียวสด บริสุทธิ์ ค่อนข้างใส อาจจะมีสีเหลืองเขียว หรือน้ำเงินเขียวปนเล็กน้อย จัดเป็นมรกตคุณภาพดี   สีดีกว่าชนิดอื่น กล่าวง่ายๆ คือ มีสีเขียวขจีสดใส 2. มรกตรัสเซีย มีสีเขียวสด แต่ความเข้มของสีไม่เท่ามรกตโคลัมเบีย มีสีเหลืองปนมากกว่าเล็กน้อย และมีตำหนิมลทินมาก   กว่าเล็กน้อยเช่นกัน 3. มรกตบราซิล มีสีเขียวอ่อนจางถึงเข้มปานกลาง ไม่ค่อยมีตำหนิมลทิน 4. มรกตซานดาวานา จัดเป็นมรกตคุณภาพดี มีสีเขียวสดสวย แต่มักจะมีตำหนิ และมีขนาดเล็ก   ขนาดน้ำหนักมากกว่า 3 กะรัต จะหายาก 5. มรกตแทนซาเนีย โดยปกติมีสีเขียวอมเหลือง แต่บางครั้งอมน้ำเงิน ถ้าคุณภาพดีขึ้นมาอีกจะมีสีคล้ายมรกตโคลัมเบีย 6. มรกตแซมเบีย มีสีเขียวสดใส เขียวอมน้ำเงินจนถึงเขียวเข้มอมม่วง แต่มักจะมีเหลือบสีเทาปนเสมอ

มรกตคุณภาพดีควรจะมีสีเขียวสด ใสแจ๋ว ไม่มีมลทิน ตำหนิ ไม่มีเหลือบสีเหลือง น้ำเงิน หรือขาวปน ซึ่งจะหายากมาก และมีราคาแพง บางคนอาจชอบสีเขียวมีสีเหลืองปน   หรือเขียวอมน้ำเงิน มีประกายสดใส และไร้มลทิน แต่บางคนอาจชอบสีเขียวกำมะหยี่ มีมลทินให้เห็นเป็นรูปร่างสวยงามบ้าง ขึ้นอยู่กับรสนิยมและสายตาของแต่ละคน มรกตมักจะ   นำมาเจียระไน ในรูปลักษณะสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า เหลี่ยมมรกต (Emerald Cut) เนื่องจากมรกตจัดเป็นพลอยที่มีมลทินอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นลักษณะโดยธรรมชาติของมัน   การที่จะนำมาเจียระไนเป็นเหลี่ยมเหมือนไพลิน จึงกระทำได้ยาก ประกอบกับมีความเปราะสูง จึงต้องเจียระไนเป็นแบบเหลี่ยมรกต และมรกตมีค่าดัชนีหักเหของแสงต่ำกว่าทับทิม   ไพลิน   ดังนั้นการเจียระไนแบบนี้จะให้ประกายความสวยงายของสีออกมา มากกว่าการเจียระไปแบบเหลี่ยมเพชร หากมรกตนั้นมีตำหนิมลทินมาก อาจจะนำมาเจียระไนแบบหลัง   เบี้ย หลังเต่าหรือแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ได้เช่นกัน นิยมนำเอามรกตมาทำแหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ จี้ ตุ้มหู และส่วนใหญ่จะนิยมนำเอารัตนชาติชนิดอื่นมาตกแต่งประดับด้วย   เช่น ทับทิม เพชร หรือโทแพซ เพราะความมีสีเขียวของมรกตจะให้สีสันที่ตัดกันดี

การพิจารณาเลือกซื้อมรกต

1. สี   เป็นหลักสำคัญเหมือนพลอยชนิดอื่น สีที่ว่ากันว่าเป็นยอดคือ สีเขียวเข้มปานกลางถึงเขียวเข้มสดใสบริสุทธิ์   มีเหลือบเหลืองหรือน้ำเงินเพียงเล็กน้อย และมีประกายที่ดูเหมือนมีความอ่อนนุ่มนวลเหมือนกำมะหยี่   และถ้าสีมีการกระจายราบเรียบเสมอตลอดเม็ด มีมลทินน้อยมาก ก็จัดเป็นยอดมรกตเลยทีเดียว แต่ที่กล่าวมานี้   หาได้ยากยิ่งกว่ายากเสียอีก ถ้ามีแล้วละก็อาจจะมีราคาแพงกว่าเพชรในชั้นคุณภาพ และขนาดเดียวกัน   ลักษณะสีที่เขียวสดใส และมีประกายอ่อนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ของมรกตชั้นดี จะเพิ่มคุณค่า และราคาให้มรกตนั้นมากมาย   ต่างกับรัตนชาติอื่นที่ถึงแม้จะมีสีเขียว และมีความอ่อนนุ่มเช่นกัน ราคาของมันก็ไม่เพิ่มได้มากมาย เหมือนมรกต   เนื่องมาจากมรกตมิได้มีประกายสว่างสดใสเหมือนเพชร หรือทับทิมและไพลิน มีเพียงความงามจากสีเขียวสดสวย   และความหายากเท่านั้นที่ทำให้มรกตมีราคาสูง ดังนั้นเราอาจจะเลือกมรกตที่มีสีเขียวสด แต่สีอาจจะไม่กระจายสม่ำเสมอ   ตลอดเนื้อซึ่งมองเห็นได้ไม่เด่นชัดนัก และอาจจะมีมลทินน้อย หรือมีมลทินน้อยมาก ย่อมจะดีกว่าเลือกมรกตที่มีสีสวยมาก   แต่มีมลทินตำหนิมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความคงทนของมรกต โดยทั่วไปจะพบว่ายิ่งมรกตที่มีสีเขียวสดสวยมากเท่าใด   มลทินตำหนิในเนื้อจะมีมากเท่านั้น

2. ความโปร่ง ความเป็นประกายสว่างสุกใสของมรกต โดยทั่วไปจะมีน้อยเมื่อเปรียบกับรัตนชาติชนิดอื่น ๆ  เช่น เพชร ทับทิม   ไพลิน แต่ถ้ามรกตมีความโปร่งใสมากขึ้น ย่อมส่งผลให้ความมีประกายสดใสมีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ดูมีสีสันมีชีวิตชีวามากขึ้น   พวกที่มีความโปร่งใสน้อย หรือโปร่งแสงจะทำให้สีดูทึมทึบ แต่ถ้าต้องเลือกเอาระหว่างสีที่ดี กับความโปร่งสูง ควรจะเลือก   เอาสีที่ดีไว้ก่อน

3. มลทิน ตำหนิ โดยทั่วไปแล้ว มรกตมักจะมีตำหนิ และมลทินอยู่เสมอไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้   โดยเฉพาะกับมรกต มีมากกว่าทับทิม และไพลินเสียอีก ดังนั้นมรกตชั้นดีสีสวยไร้มลทินจะหายากมาก ซึ่งราคาจะสูง   ตามความหายาก การเลือกดูมรกตสีสวยควรจะพิจารณาดูมลทินต่าง ๆ  ซึ่งจะมีมากด้วย โดยดูว่ามลทินเหล่านั้น   จะมีผลกระทบต่อความคงทน หรือความสวยงามของมรกตสีสวยที่ถูกใจนั้นหรือไม่ เช่น มลทินธรรมชาติที่มีลักษณะคล้าย   สวนต้นไม้ หรือที่เรียกว่า ลายผักชี ลักษณะของแร่แปลกปลอมต่าง ๆ   และรอยแตก เป็นต้น ถ้าสิ่งเหล่านี้มีอยู่น้อยก็ไม่เป็นไร   แต่ถ้ามีมากเกินไป อาจจะลดความสวยงาม และทำให้เปราะแตกง่ายด้วย รอยแตกร้าวต่าง ๆ ถ้ามีขนาดใหญ่ จะทำให้   มีผลกระทบต่อความสวยงาม และความคงทนของมรกตมาก ไม่ควรซื้อมรกตที่มีรอยแตกยาว ๆ แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก   เท่าเส้นผมซึ่งอาจมองแทบไม่เห็น ยิ่งถ้ามีความร้าวลึกในเนื้อมาก ก็จะทำให้แตกร้าวง่าย ซึ่งจะต้องทำให้เพิ่มความระมัด   ระวัง ในการดูแลรักษามากขึ้นโดยไม่จำเป็น ในปัจจุบันนี้มรกตที่รอยแตกร้าวมาก หรือมองเห็นได้ง่ายก็จะถูกนำไปเคลือบ   หรืออาบน้ำยา หรือน้ำมันบางอย่าง ซึ่งมีวิธีการหลายอย่างในการทำ เพื่อช่วยทำให้รอยแตกร้าวมองเห็นได้ยากขึ้น   หรืออาจเพิ่มคุณภาพสีให้ดียิ่งขึ้น บางทีอาจจะยากในการตรวจสอบ แต่บางครั้งอาจสังเกตได้เมื่อน้ำยา   หรือน้ำมันที่เคลือบแห้งลง รอยแตกดั้งเดิมก็อาจจะมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น หรือสีของมรกตอาจจะซีดจางลงก็ได้

4. การเจียระไน จัดเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อเช่นกัน การเจียระไนเหลี่ยมมรกตค่อนข้างจะทำได้ยาก ที่จะให้มีสัดส่วน   สวยงาม สมดุล ซึ่งจะมีผลส่งให้มรกตมีประกายสวยสดงดงาม ดังนั้น ควรจะพิจารณาอย่างละเอียด ดูความสมดุล   สมบูรณ์ของหน้าเหลี่ยมเจียระไนต่าง ๆ ว่ามีความพอดี ลึก ตื้น สั้น ยาว เพียงใด ให้สีประกายออกมามากเท่าใด

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อมรกต   ปัจจุบัน มีมรกตสังเคราะห์ และมรกตเทียมเลียนแบบ วางขายอยู่ในท้องตลาดมากมาย โดยจะมีสี และลักษณะทั่วไป คล้ายมรกตมาก อาจจะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นมรกตแท้ก็ได้   เช่น การ์เนตชนิดสีเขียว (Tsavorite) หยกสีเขียว ทัวร์มาลีนสีเขียว เซอร์คอนสีเขียว หรือฟลูออไรต์ เป็นต้น ซึ่งบางทีการตรวจสอบด้วยตาเปล่าอาจไม่ง่ายนัก แต่สำหรับเครื่อง   มือทางวิทยาศาสตร์ จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่ามาก ส่วนมรกตสังเคราะห์ซึ่งมีมากมายหลายชนิดหลายชื่อตามผู้ผลิต เช่น ชาทัม (Chatam)  กิลสัน(Gilson)   ลินเด(Linde) รีเจนซี(Regency)   เลท์ชไลเนอร์(Letchleiner)  เป็นต้น นับว่าเป็นเรื่องซึ่งยากมาก ที่จะตรวจสอบด้วยตาเปล่า และบางครั้งเครื่องมือตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์บางอย่าง   อาจจะไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ เพราะมรกตสังเคราะห์แต่ละชนิดต่างก็มีคุณสมบัติต่าง ๆ  ที่เหมือน หรือคล้ายมากกับมรกตธรรมชาติในแต่ละแหล่ง มรกตสังเคราะห์แต่ละ   ชนิดราคาไม่แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับคุณภาพ   แต่ราคาจะแตกต่างกันมากกับมรกตธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกซื้อมรกตจะต้องคิดพิจารณา หรือตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่าจะ   ได้มรกตของแท้ธรรมชาติจริง ๆ ซึ่งคำแนะนำในที่นี้ก็คือควรจะพาผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ มีประสบการณ์มากในเรื่องมรกตไปช่วยเลือกซื้อด้วย หรือก่อนจะซื้อก็ควรนำมรกตไป   ตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อน ส่วนมรกตเทียมเลียนแบบนั้นได้แก่ แก้ว พลาสติก หรือแร่อื่น ๆ ที่มีสีเขียวคล้ายมรกต ก็สามารถตรวจพบลักษณะที่ผิดปกติออกไปได้ไม่ยาก อาจจะด้วย   ตาเปล่า หรือเครื่องมือบางอย่าง นอกจากนี้ ให้ระวังมรกตประกบ ได้แก่ ใช้แร่เบริลไร้สีประกบ กับแร่เบริลไร้สี โดยใช้ตัวเชื่อมเป็นสีเขียว   ใช้มรกตสังเคราะห์ประกบ กับมรกตแท้   หรือใช้การ์เนตประกบกับแก้ว เป็นต้น ซึ่งมรกตประกบนี้อาจจะสังเกตพบได้ง่ายโดยดูตามรอยต่อ   ดูลักษณะสีประกายที่แตกต่างกันของส่วนที่ประกบแต่ละชนิด ดูแนวรอยต่อ   ดูฟองอากาศที่อยู่ระหว่างระนาบรอยต่อ เป็นต้น

..........................................................................

emerald4emerald3

 

     มรกต (Emerald)(Be3Al2(SiO3)6) เป็นแร่รัตนชาติหรืออัญมณี ที่มีสีเขียว โดยเกิดจากการผสมกันระหว่างโครเมี่ยมกับเบริล เป็นแร่เบริลที่มีสีเขียวซึ่งแร่นี้มีได้หลายสี   ถ้าฟ้าเรียกอความารีน(aquarmarine)สีเหลืองเรียกโกลเด้นเบริล สีแดงเรียก โรสเบริล และอื่นๆคุณภาพของมรกตอยู่ที่สีหากมีสีเขียวทั่วทั้งเม็ดก็จัดว่าคุณภาพสูง   ส่วนตำหนินั้นมรกตธรรมชาติทุกชิ้นจะต้องมีทั้งสิ้น ลักษณะเป็นเส้น ริ้วสีขาว จุดสีดำ สีสนิม ฝ้าขาวขุ่นตามธรรมชาติ รอยริ้วที่ดุคล้ายรากผักชีเรียกว่า Jardin หรือสวนแห่งมรกต   มรกตคุณภาพดีหรือไม่ดีก็มีทั้งสิ้น แต่พิจารณาปริมาณ และการวางตัวของตำหนิ (ต้องเลือกที่ไม่มีตำหนิต่อเนื่องราวมาจนถึงหน้าพลอย หรือจากขอบหนึงไปถึงขอบหนึ่ง   เพราะจะมีผลต่อการนำไปใช้ อาจไม่คงทน )ซึ่งอาจจะมีผลกับการส่องประกายแสงออกมาจากมรกต หากมีมากไปพลอยจะดูทึบแสง ไม่มีประกายซึ่งมักได้รับการเจียรไนแบบหลังเบี้ย   หรือหลังเต่า หากทึบจนตันแสงไม่ส่องผ่านเลยและมีสีเขียวซีดจะจัดเป็นมรกตคุณภาพต่ำที่สุด มรกตมีการทำเลียนแบบ สังเคราะและปรับปรุงคุณภาพ(อาบนำมันบ้าง ชุบสี ซ่านสี   เคลื่อบสี แช่สารเคมีเฉพาะ) ดังนั้นจึงควรตรวจสอบก่อนการซื้อเพราะจัดเป็นพลอยที่มีราคาสูงมาก(ถ้าคุรภาพ ดีมากและขนาดใหญ่ด้วยแล้ว) บางกรณีนั้นแยกแทบไม่ออกด้วยตา   เปล่าต้องส่วห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ ช่วยตรวจสอบ มรกตนั้นมีหลายเฉดสี แหล่งที่สำคัญมากและโด่งดังไปทั่วโลกคือ มรกตจากโคลัมเบีย ซึ่งได้รับการยกย่องว่างามที่สุดในโล   กราคามักสูงกว่าแหล่งอื่นๆและถูกกล่าว อ้างถึงบ่อยๆ มีเหมืองสำคัญซึ่งผลิตมรกตสีต่างกันคือ เหมืองชิวอร์(Chivor)มีมรกตสีเขียวสดอมเหลือง และเหมืองมูโซ(Muzo) ให้มรกตสีเขียวอมฟ้า คล้ายสีของน้ำทะเล การดูแลรักษาไม่ควรใส่ทำงานหนัก เพราะทนแรงกระแทกได้ไม่ดีนักมีความเปราะ หลีกเลี่ยงสารเคมี น้ำหอมและสเปร์ยแต่งผม

..........................................................................

     วิธีการสังเกตมรกต มรกตแท้ มรกตย้อมแมว   บทความนี้ได้แนะนำ วิธีดูมรกต ด้วยความที่ มรกต มีตำหนิภายในมาก จึงมีการค้นคิดวิธีที่จะทำให้เนื้อมรกตดูใสขึ้นเพื่อเป็นการ   อำพรางปกปิดรอยร้าวภายในเนื้อมรกต จึงนิยมแช่มรกตในน้ำมัน (Oling) เป็นวิธีที่ยอมรับได้ในตลาดทั่วไปโดยนิยมใช้น้ำมัน   ไม้ซีดาห์ ที่มีค่าดัชนีหักเห (R.I.) ใกล้เคียงกับมรกตมากที่สุด แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นน้ำมันใสเท่านั้นถ้าหากเป็นน้ำมันสีเขียว   จะถือว่าเป็นการหลอกลวงไม่เป็นที่ยอมรับ แต่การแช่น้ำมันก็มีระยะเวลาเพราะว่านานๆไปน้ำมันอาจจะระเหยออกไปได้ก็ต้อง   นำไปแช่น้ำมันกันใหม่ จึงได้มีการค้นคิดวิธีที่ใช้เรซิน (Rasins)เข้ามาแทนที่น้ำมันเพราะว่าอยู่ได้ทนทาน ซึ่งวิธีนี้ก็ไม่เป็นที่ยอม   รับเช่นกันวิธีพิสูจน์ค่อนข้างทำได้ยากหากเป็นการแช่น้ำมันสีเขียวต้องพยายามหาบริเวณที่เป็นรอยร้าวที่เราสงสัยว่าน่าจะเป็นจุด   ที่น้ำมันซึมลงไปในรอยแตก แล้วลองใช้ผ้าขาวสะอาดถูบริเวณนั้นดูว่ามีสีเขียวติดออกมาหรือไม่   ฟังดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริง มรกตมักจะผ่านการขัดเงาทำให้เราหาบริเวณรอยร้าวที่น้ำมันซึมลงไปในรอยแตกไม่เจอ   และยิ่งในปัจจุบันมีการใช้เรซินมาอุดรอยร้าวยิ่งดูยาก ในกรณีที่ฝีมือใส่เรซินไม่ปราณีตเราก็จะเห็นได้ว่ามีรอยแห้งชัดเจนใน   รอยร้าวของมรกต แต่ถ้าเป็นฝีมือระดับดีๆ แล้วเราจะใช้เข็มร้อนซึ่งเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาจี้ดูบริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็น   เรซินอุดอยู่ ดูว่ามีการละลายของเรซินหรือไม่หากได้กลิ่นแบบพลาสติกไหม้ ก็มั่นใจได้เลยว่าเป็นมรกตที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ   แบบไม่เป็นที่ยอมรับส่วนมรกตสังเคราะห์นั้นมีสองกรรมวิธีในการผลิตวิธีพิสูจน์จะต้องดูด้วยกล้องไมโครสโคปเพื่อดูความแตกต่าง   ของตำหนิภายในเนื้อมรกตว่าเป็นตำหนิธรรมชาติ หรือตำหนิที่ทำขึ้นมาเลียนแบบธรรมชาติซึ่งปัจจุบันเทคนิคการทำมรกต   สังเคราะห์ก้าวหน้าไปมาก ร้านค้าจิวเวลรี่ที่ยังเป็นระบบตรวจสอบพลอยด้วยกล้องขยายขนาด 10 เท่าและอาศัยประสบการณ์นั้น   บอกได้หากเจอมรกตสังเคราะห์ที่มีขนาดเล็กกว่า 1 กะรัต ไม่ว่าจะเป็นแบบเจียระไน หรือแบบหลังเบี้ยซึ่งเมื่อเป็นเม็ดเล็กก็มักจะ   ไม่ตรวจสอบกันอย่างละเอียดละออมากนัก ก็อาจจะเจอว่าเป็นมรกตสังเคราะห์ได้โดยไม่รู้ตัว.

เพิ่มเติม - อนัน ชาลวาลา ผู้จัดการบริษัทไทยแลนด์พิคคารี่เอ็กซ์พอร์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการดูเพชรพลอยของไทย   ได้เป็นแขกรับเชิญของสโมสร โรตารี่ กรุงเทพฯ ให้ไปพูดเรื่อง "วิธีดูเพชร,ทับทิม และมรกต อย่างง่ายๆว่าเป็นของแท้หรือของเทียม   โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ" ณ โรงแรมไฮแอทรามา กรุงเทพฯ

มรกต มรกตแท้ ถ้าไม่ตาบอดสีจะเห็นว่ามีสีเขียวอยู่95% และสีเหลือง5% มรกตเทียม(อเมริกัน ทำเป็นชาติแรก) จะมีสีเขียว95%และสีน้ำเงิน5% ถ้าอ่านด้วยสีตาเปล่าทายแทบจะไม่ถูก   วิธีดู 1.ใช้กระจกขยาย11เท่า เพื่อศึกษาลายผักชี มรกตแท้จะมีลายผักชีสด(มีกิ่งก้านสาขาตั้ง) ถ้าเป็นของเทียม ผักชีในเนื้อมรกตจะเหี่ยวเหมือนกับผักชีที่ถูกแดด(กิ่งก้านจะโค้งลง) 2.ผ่าตัด มรกตธรรมชาติจะมีความอ่อนกว่ามรกตเทียม มรกตธรรมชาติจะมีผงขาว(แบล็คไมก้า) ปะปนอยู่บ้างแต่มีน้อย ถ้าผ่ามรกตไปยังจุดดำถ้ามีผงสีขาวๆ   เป็นแป้งอยุ่แสดงว่าเป็นของเทียม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ช่างทำขึ้นมา

..........................................................................

emerald5emerald6

แหล่งและกระบวนการเกิดมรกต

มรกตมีลักษณะการเกิดที่หลากหลายน่าสนใจ หลายคนคิดว่ามรกตต้องมาจาก โคลัมเบีย แซมเบีย หรือ บราซิล แต่แท้จริงแล้วมรกตมีอยู่ทั่วทุกทวีปแต่ที่ใดจะเป็นแหล่งสำคัญนั้น   ขึ้นอยู่กับความสวยงาม ขนาด และปริมาณ ลักษณะการเกิดของมรกตจะขึ้นอยู่กับภูมิประเทศต่างๆ เช่นมรกตของโคลัมเบียพบอยู่ในหินปูน หรือหินดินดานสีเข้ม   และอาจพบผลึกมรกตปะปนร่วมกับแร่ไพไรต์ แต่ส่วนใหญ่พบในหินแกรนิตและสายแร่เพกมาไทต์ นอกจากนี้ยังพบในหินแปรจำพวกไมกาชีสต์ ซึ่งมีแร่ดีบุกปนอยู่ด้วย

กระบวนการเกิดมรกตมีลักษณะพิเศษเฉพาะซึ่งต้องอาศัยสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา และ ทางธรณีเคมีที่เหมาะสมซึ่งจะนำเอาธาตุโครเมียมและ/หรือ วานาเดียม   มาพบกับธาตุเบริลเลียม ซึ่งมีเพียงไม่กี่แหล่งในโลกที่เกิดสภาวะแวดล้อมดังกล่าว โดยทั่วไปแล้วหินต้นกำเนิดจะต้องมีความสามารถในการทำให้เกิดการเคลื่อนที่   หมุนเวียนของธาตุ ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นด้วยกิจกรรมทางธรณีวิทยา เช่น การเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ซึ่งส่งผลให้แผ่นเปลือกโลกเกิดการแตกหัก เกิดรอยเลื่อน เกิดการคดโค้ง   โก่งงอ ซึ่งส่งผลให้มีการเคลื่อนที่ของของเหลวในระบบ มาตามแนวรอยแตกซึ่งจะนำพาธาตุต่าง ๆ ที่เหมาะสมในการเกิดมรกตจากหินต้นกำเนิดมาพบกัน

มรกตนั้นสามารถเกิดการตกผลึกได้ในหลายลักษณะทั้งในหินชิสท์ หินไนส์ และ หรือในข่องว่างต่างๆ หรือในควอตซ์เลนส์ ตามแนวรอยแตกและรอยเลื่อนต่าง ๆ เป็นต้น

มรกตเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ราคาของมรกตจะขึ้นอยู่กับความเข้มของสี และความสะอาด สีคล้ายมะนาว   ของมรกตที่ดีจะเป็นลักษณะเฉพาะที่แยกจากอัญมณีชนิดอื่นได้ โดยปกติมรกตจะมีมลทินภายในหนาแน่น รวมทั้งความ   แข็ง แต่ความเปราะของแร่ทําให้เกิดตําหนิบนผิวพลอยได้ง่าย และทําให้ไม่สามารถเจียระไนให้มีหลายหน้าได้เช่นเดียวกับ   อัญมณีชนิดอื่นๆ มลทินในมรกตสามารถช่วยจําแนกมรกตธรรมชาติออกจากมรกตสังเคราะห์และมรกตเลียนแบบ    อีกทั้ง   บ่งบอกถึงแหล่งกําเนิดที่สําคัญ เช่น มูโซ (Muzo) ประเทศโคลัมเบีย จะพบมลทินแอลไบต์ และไพไรต์ เทือกเขาอูรัล   ประเทศรัสเซีย จะพบมลทินของแอคทิโนไลต์และโฟลโกไพต์ เป็นต้น  การศึกษาครั้งนี้จะทําให้ทราบถึงลักษณะสําคัญ   ต่างๆ   ในมรกตจากแหล่งในประเทศแซมเบีย เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างจากแหล่งอื่น และเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับมรกต   จากประเทศแซมเบีย  ซึ่งมีวิธีการศึกษาโดยใช้เครื่องมือพื้นฐานทางอัญมณีวิทยา เช่น โพลาริสโคป เครื่องชั่งน้ําหนักหาค่า   ความถ่วงจําเพาะ เครื่องมือตรวจสอบการเรืองแสงอัลตราไวโอเลต เครื่องมือตรวจหาค่าดัชนีหักเห  เครื่องมือตรวจสอบ   แถบการดูดกลืนแสง  กล้องจุลทรรศน์อัญมณี  นอกจากนี้ยังศึกษาด้วยเครื่องมือชั้นสูง คือเครื่องยูวี-วิสิเบิลเอนไออาร์สเปก   โตรโฟโตมิเตอร์  และเครื่องฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ ซึ่งได้ผลการศึกษาดังนี้ ค่าความ   ถ่วงจําเพาะอยู่ในช่วง 2.70-2.80  ค่าดัชนีหักเหของแสงเท่ากับ 1.587-1.592 ใน ordinary ray และเท่ากับ 1.580-1.584 ใน extraordinary ray  ไม่เรืองแสงทั้งในช่วงคลื่นสั้นและช่วงคลื่นยาว   จากการศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์อัญมณีพบว่า   มีรอยแตก (fingerprint)  และพบมลทิน 2-3 สถานะ  และมลทินแร่ทรีโมไลต์  ไพไรต์  แคลไซต์  ไมกา  และแร่ฮีมาไทต์   การศึกษาด้วยเครื่องยูวี-วิสิเบิลเอนไออาร์สเปกโตรโฟโตมิเตอร์  พบการดูดกลืนที่ 370 และ 420 นาโนเมตร ซึ่งเป็นของธาตุ   เหล็ก (Fe3+)  พบการดูดกลืนที่ 673 และ 682 นาโนเมตร ซึ่งเป็นของธาตุโครเมียม (Cr3+)  และพบการดูดกลืนช่วง 806- 820 นาโนเมตร ของธาตุเหล็ก (Fe3+) ด้วย   นอกจากนี้ยังพบการดูดกลืนของน้ําที่ 1400 และ 1800 นาโนเมตร   จากการ   ทําการศึกษาด้วยเครื่องฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปคโตรโฟโตมิเตอร์  พบว่าตัวอย่างมรกตที่นํามาศึกษาจะมีการ   ดูดกลืนคลื่นแสงที่ 2358 cm-1  ซึ่งเป็นของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)  การดูดกลืนที่ 5274 cm-1  เป็นลักษณะของน้ํา type2  และที่ 5100 กับ 5592 cm-1  เป็นลักษณะของน้ํา type1  ที่ตําแหน่ง 7073 cm-1  เป็นการดูดกลืนแสงของน้ําด้วย   นอกจากนี้ยังพบช่วงการดูดกลืนของน้ําในโครงสร้างของมรกตที่ 3500-4000 cm-1 ด้วย   จากผลการศึกษาที่ได้นี้ สามารถ   นํามาใช้จําแนกมรกตจากแหล่งในประเทศแซมเบียจากแหล่งอื่นๆได้

..........................................................................

emerald8

     วิธีการดูและรักษามรกต 1. ไม่ควรล้างมรกตในน้ำสบู่เพราะมรกตส่วนใหญ่มีรอยแตกร้าวและผ่านการปรับปรุง คุณภาพโดยการแช่น้ำมัน (oil fillng) การล้างด้วยสบู่อาจไปละลายน้ำมันในรอยแตกออกมาได้   การทำความสะอาดจึงควรใช้ผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดก่อน แล้วจึงเช็ดด้วยผ้าแห้ง หรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกพ่นแล้วใช้ผ้าเช็ดตามก็ได้ 2. ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับมรกตขณะออกกำลังกาย หรือทำงานบ้าน เพราะการกระทบกระแทกกับของมีคมอาจทำให้เกิดรอยขูดขีด หรือแตกร้าวได้ง่าย 3. อย่าเก็บมรกต หรือสวมใส่ในที่ร้อน เช่น หน้าเตาไฟ หรือกลางแจ้ง เพราะความร้อนจะทำให้สารที่อุดในรอยแตกระเหิดไป และทำให้เกิดฝ้าขาวในรอยแตกนั้นได้ 4. ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกระทันหัน และไม่ควรเก็บมรกตไว้ในสถานที่ซึ่งมีอุณหภูมิสูง หรือต่ำเกินไป 5. ควรเก็บเครื่องประดับมรกตแยกจากเครื่องประดับอัญมณีอื่นๆ ในถุงหรือกล่องแยกชิ้นที่มีผ้าหรือของนุ่มรองรับไว้ภายใน 6. วิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดมรกตด้วยตัวเอง คือ การใช้น้ำยาล้างเครื่องประดับ หรือน้ำอุ่นผสมกับสบู่เหลวอ่อนๆ แล้วปัดทำความสะอาดตามซอกมุมและด้านหลังด้วย   แปรงขนนุ่ม ห้ามล้างด้วยเครื่องทำความสะอาดระบบอัลตร้าโซนิคเป็นอันขา

..........................................................................

     คุณสมบัติพิเศษ

เสริมมงคล   เรียกเงินเรียกทอง ความรักความสมบูรณ์ ปกป้องคุ้มครอง ขับไล่ภูมิผีปีศาจ ช่วยให้ผู้คนรักใคร่ปรองดอง เสริมพลังเกี่ยวกับดวงดาว และปรับระบบสมดุลธาตุในร่างกายมรกต   เป็นหินที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวพุธ แต่คนโบราณเชื่อว่าเป็นอัญมณีที่สัมพันธ์กันกับเทพีแห่งความรัก นั่นก็คือวีนัส อาจเป็นเพราะประกายแสงของมรกตนั้นค่อนข้างเจิดจ้า   และหมายถึงความเปล่งปลั่ง ความมีชีวิตชีวา และยังหมายถึงการให้กำเนิด บางตำราบอกว่ามรกตเป็นหินที่สัมพันธ์ทั้งดาวศุกร์และดาวจันทร์ จึงมักใช้มรกตในความหมายของการ   รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ตำนานที่เล่าขาน   มรกตเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยโบราณ แต่มีราคาแพงมาก เพราะเป็นหินหายาก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหินพระเจ้าหรือเป็นของขวัญจากพระเจ้า กษัตริย์ ราชินีและ   ราชวงศ์ชั้นสูงสมัยโบราณนิยมใช้มรกตเป็นเครื่องบอกสถานะ ชาวฮินดูเชื่อในเรื่องของการประกอบพิธีขับไล่ผีหรือพิธีที่ต้องเกี่ยวข้อง กับเวทย์มนต์ ว่าต้องใช้หินมรกตเป็นส่วนประกอบด้วย

ด้านความเชื่อ   ชาวฮินดูโบราณนิยมใช้มรกตร้อยสลับกับทับทิมเพื่อเป็นเครื่องรางของ ขลัง ยิ่งไปกว่านั้นยังเชื่อว่าหากสวมใส่มรกตเป็นสร้อยคอติดตัวในยามกลางคืน ขณะที่เราหลับมรกตจะช่วย   ขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไม่ให้มากล้ำกราย อีกทั้งยังดึงสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเราออกมาด้วยในตอนที่เรานอนหลับ ประเทศโคลัมเบียเป็นประเทศหนึ่งที่มีมรกตมาก และชาวโคลัมเบีย   ก็เชื่อว่า มรกตคือ “ ทูตแห่งพระเจ้า” เพราะฉะนั้นในหลาย ๆ ครอบครัวจะมีมรกตดิบวางไว้เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านหรือวางไว้บนแท่น เหมือนแท่นบูชา มักจะมีแจกันดอกไม้   อยู่ข้าง ๆ เพราะเชื่อว่าผู้คนในบ้านจะรู้จักถึงความรัก ความผูกพันกันในครอบครัว และจะหลอมรวมความรักความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าได้ดีอีกด้วย ชาวยุโรปสมัยโบราณเชื่อว่าถ้า   อยากไปเจรจาตกลงความใด ๆ กับใคร ควรสวมสร้อยหรือจี้มรกตให้เห็นเด่นชัด จะช่วยดึงดูดความสนใจจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือดึงดูดทรัพย์สินเงินทองมาให้จากการเจรจาต่อรองที่   เป็นต่อ และยังใช้เป็นของขวัญในการครบรอบแต่งงานปีที่ 55 เพื่อเป็นบทสรุปแห่งความรักความสมบูรณ์ที่ดำเนินมาด้วยกัน

ด้านการบำบัด   ในสมัยอียิปต์โบราณนิยมนำไปบำบัดรักษาสารพัดโรค รวมไปถึงกาฬโรคด้วย ในด้านการบำบัดนั้น ตั้งแต่สมัยโบราณผู้คนนิยมใช้มรกตในด้านการผ่อนคลายทางจิตใจ แม้จะเป็น   มรกตดิบ ๆ ก็สามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้ เพื่อกระตุ้นให้จิตใจมีชีวิตชีวาและยังสามารถนำมาบดเป็นผงเพื่อทารอบดวงตา รักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับสายตาได้อย่างดีหรือ   นำมรกตไปแช่น้ำเพื่อนำมาเป็น น้ำยาล้างตาก็ได้เช่นกัน ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับความรักมีความรู้สึกว่าความสัมพันธ์ค่อนข้างง่อน แง่น สวมใส่มรกตจะช่วยให้อารมณ์ความรู้สึก   ผ่อนคลายมองความรักอย่างเข้าใจและเกิด ความรู้สึกว่ามีความสัมพันธ์ที่จริงใจต่อกัน

เกี่ยวกับความฝัน   มรกตนั้นมีอิทธิพลกับความฝันค่อนข้างสูง เพราะถ้าฝันเห็นมรกตส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณเบื้องสูง เหมือนฝันเห็นพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ทายว่าเป็นฝันดีไว้ก่อน   แต่ถ้าว่าแตกหักเสียหายก็จะเป็นการเตือนให้ระวังภัยสิ่งเลวร้ายกำลังจะเกิด อาจอย่าร้างโดยกระทันหันก็เป็นได้ คนโบราณบอกว่าถ้าฝันว่าได้สร้อยมรกต จะได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง   ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะได้ศักดิ์ได้ศรีจากสามีผู้เป็นใหญ่ แต่ผู้เขียนคิดว่า ถ้าได้มรกตจริง ๆ ไม่ใช่ความฝันก็น่าจะดีกว่านะคะ

emerald7

คำแนะนำ   มรกตเป็นหินดิบก็หายาก และยิ่งเจียระไนเป็นอัญมณีแล้วยิ่งแพงมากขึ้นไปอีก ทางที่ดีถ้ากำลังทรัพย์ยังไม่พอ ก็ใช้หินอื่นๆที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันไปก่อน หรือถ้าหากแค่ต้องการ   เลือกสรรหินหรืออัญมณีที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวพุธ เหมือนดวงชะตาของคุณก็เลือกหินสีเขียวอื่นๆ ก่อนก็ได้ตามกำลังทรัพย์ ต่อๆไปถ้ามีเงินมากก็ค่อยซื้อหามาใส่ก็ไม่สายเกินไป