ข่าวสาร6

**  ติดต่อสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์หรือทางLINEเท่านั้น  **

การสั่งซื้อจะสมบูรณ์เมื่อได้ตกลงทางโทรศัพท์ 086-3645435 (คุณอั๋น)

หรือทางLINEเท่านั้น ID LINE: @doodeejewelry

 

 old0052

     ช่างทองโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ช่างทองรูปพรรณและช่างทำภาชนะต่าง ๆ ช่างทองเมืองเพชรอยู่ในกลุ่มช่างทองรูปพรรณ รูปแบบทองรูปพรรณของเมืองเพชรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นิยมทำเครื่องประดับประเภท

สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ตุ้มหู ลวดลาย

ที่ได้สร้างสรรค์จนเป็นที่นิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้

J11124-0

 

- ขัดมัน เป็นชื่อสร้อยคอ มีลักษณะเป็นห่วงกลมเกี่ยวกันเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกัน โดยช่างจะใช้ตะไบลบเหลี่ยมห่วงของสร้อยตลอดเส้น

58fD21269793280-1 spd 20110809221811 b
fdj

 

- สี่เสา หกเสา และแปดเสา เป็นลวดลายการถักห่วงกลมขนาดเล็ก ๆ จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำเป็นสร้อยคอและสายสะพายแล่ง สรอยสี่เสาจะมีขนาดเล็ก สร้อยหกเสามีขนาดปานกลาง ส่วนสร้อยแปดเหลี่ยมจะมีขนาดใหญ่

- สมอเกลียว เป็นสร้อยที่ทำจากลวดลายทองคำขดเป็นห่วงแล้วเชื่อมต่อกันเป็นลูกโซ่ปะวะหล่ำหรือปะวะหล่ำทรงเครื่อง ซึ่งเลียนแบบมาจากโคมจีน

1327913090 01

 

- ลูกสน มีลักษณะคล้ายลูกสนทะเล ประกอบด้วยโครงลวดทองขนาดเล็กต่อประกอบกัน

spd 20110921231742 b

- เต่าร้าง เป็นชื่อเรียกตุ้มหู มีลักษณะคล้ายพวงของผลเต่าร้าง

ghhh

 

- ลูกไม้ปลายมือหรือเล็บมือ เป็นทองรูปพรรณประเภทสร้อยข้อมือ ประกอบด้วยทรงกระบอกขนาดเล็กคั่นด้วยทอง ทำเป็นรูปดอกพิกุลหรือเป็นรูปห้าแฉก คล้ายฝ่ามือและฝ่านิ้ว

spd 20090105104838 b

- ดอกพิกุล เป็นลวดลายทอง นิยมใช้ตกแต่งหรือประกอบทองรูปพรรณลวดลายอื่น

6497748

- ดอกมะลิ เป็นทองรูปพรรณมีลักษณะคล้ายดอกมะลิกำลังบาน โดยกลีบดอกมะลิแต่ละดอกจะประดับเพชรซีก ยาวรี ด้วยวิธีการตีขอบ

DSC 0099-88 101406061025530 gold-3

 - ก้านบัว เป็นชื่อเรียกกำไลข้อเท้า สำหรับเด็กในสมัยก่อนมีลักษณะเป็นห่วงขนาดใหญ่ กลมเกลี้ยง

6399

 - บัวสัตตบงกช (กระดุม) เป็นลายทองรูปพรรณ เลียนแบบบัวสัตตบงกช มีชื่อเรียกในหมู่ช่างทองเมืองเพชรบุรีว่า กระดุม

- บัวจงกลและมณฑป เป็นลวดลายของช่างเขียนลายไทย ซึ่งช่างงทองได้นำมาออกแบบเป็นปิ่นปักผม

- ประจำยาม ช่างทองได้ดัดแปลงลายประจำยามมาทำเป็นจี้ มีสองชนิดคือ จี้ตัวผู้กับจี้ตัวเมีย

- เสมหรือปลา เป็นลวดลายที่ช่างทองสมัยโบราณนิยมทำเป็นแผ่นทอง และดุนให้เป็นลวดลายเสมาหรือปลา

spd 2012020512414 b

- ผีเสื้อ เป็นทองรูปพรรณที่มีรูปแบบการสร้างสรรค์จากโครงสร้างของผีเสื้อ

- งู พญานาค และมังกร เป็นลวดลายทอง ซึ่งดัดแปลงจากสัตว์ประเภทงู ช่างนิยมทำเป็นแหวนงูประเภทต่าง ๆ

BL037

- มังกร ลวดลายมังกร เป็นการแกะสลักผสมผสานการเคาะและดุนลวดลายลงบนแผ่นทองคำ ซึ่งตีขึ้นเป็นรูปกำไล

spd 2010122792132 b

- ตะขาบ เป็นลวดลายทองรูปพรรณ ที่เลียนแบบตัวตะขาบ นิยมทำเป็นสร้อยข้อมือ

pirod bangle

- พิรอด ในสมัยโบราณพิรอดเป็นแหวนซึ่งถักด้วยผ้ายัญหรือด้ายดิบ นิยมใช้เป็นเครื่องราง ช่างทองได้ดัดแปลงลวดลายมาทำเป็นแหวนพิรอด

12453 


- ตะไบ เป็นแหวนฝังพลอยหรือเพชรซีกทั่ว ๆ ไป แต่ช่างทองเมืองเพชรบุรีใช้วิชาการสลักลวดลาย

เรื่องของ ทองคำ

01 4ทองคำ (Gold) เป็นโลหะมีค่าที่อยู่ในกลุ่มโลหะมีค่าประเภทเดียวกับเงิน แพลทินัม แพลเลเดียม โรเดียม อิริเดียม และออสเมียม ซึ่งทองคำนั้นเกิดโดยธรรมชาติ เป็นแร่ธาตุตามธรรมชาติ มีความคงทนต่อการเกิดปฏิกิริยาสูง จึงทนต่อการผุกร่อน ไม่เกิดการออกซิไดซ์กับอากาศ จึงสามารถเก็บรักษาโดยคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมอันสวยงามไว้ได้นาน ไม่หมอง จึงนิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องประดับ วัสดุทางทันตกรรม บางส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และทองคำ (99.99%) ก็ใช้เป็นทรัพย์สินที่ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศอีกด้วย
ทองคำ (Gold) มีสัญลักษณ์ทางเคมี คือ Au ซึ่งมาจากคำว่า Aurum ในภาษากรีกมีน้ำหนักอะตอม 196.966 amu มีความถ่วงจำเพาะ 19.33 g/cc มีจุดหลอมเหลว 1,064 องศาเซลเซียส จุดเดือด 2,970 องศาเซลเซียส เป็นโลหะอ่อนจึงสามารถตีเป็นแผ ่นบางๆ หรือดึงเป็นเส้นได้ โดยทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ออนซ์ สามารถดึงเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 35 ไมล์ มีความแข็งอยู่ที่ประมาณ 2.25 และสำหรับประเทศไทย ซึ่งนิยมใช้หน่วยทองคำเป็นบาทนั้นจะมีค่าเท่ากับ 15.2 กรัม
เห็นได้ว่าทองคำมีค่าความแข็งค่อนข้างน้อย ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงนำโลหะชนิดอื่นเข้ามาผสมกับทองคำเพื่อเพิ่มความแข็งให้ มากขึ้น และนอกจากความแข็ง ซึ่งเพิ่มขึ้นแล้วนั้น สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมานั่นก็คือสีสันอันหลากหลายของทองคำนั่นเอง ได้แก่...
"ทองกะรัต" (Karat Gold) ได้จากการผสมทองคำบริสุทธิ์กับเงินและทองแดง ซึ่งได้ค่าความบริสุทธิ์ของทองคำที่ผสมออกมาเป็นค่ากะรัต หรือ K เครื่องประดับทองส่วนมากก็มักจะนิยมสีทองกะรัตหรือสีทองอร่ามนี้ ซึ่งเป็นสีมาตรฐานที่สากลนิยม แต่ความเข้มของสีทองนั้นก็มักจะแตกต่างกันไปตามความนิยมของผู้บริโภคใน ประเทศ
"ทองสีชมพู" (Pink Gold) ซึ่งได้จากการผสมทองคำบริสุทธิ์กับเงินและทองแดง โดยเพิ่มค่าสัดส่วนของทองแดงให้มากขึ้น จึงทำให้ได้สีชมพู ในต่างประเทศยังเรียกทองชนิดนี้ว่า Rose Gold ซึ่งนิยมใช้สำหรับเครื่องประดับแฟชั่นที่ให้ความรู้สึกโรแมนติกและอ่อนหวาน
"ทองขาว" ซึ่งท่านผู้อ่านส่วนใหญ่มักสับสนกับ "ทองคำขาว" เพราะชื่อค่อนข้างคล้ายกัน ทองขาวนั้นได้จากการผสมทองคำบริสุทธิ์กับพัลลาเดียม นิกเกิล และสังกะสี ส่วนทองคำขาว (แพลทินัม) นั้นเป็นธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีลักษณะเช่นเดียวกับทองคำ แต่แพลทินัมนี้จะมีความแวววาวสูง และสามารถคงความงดงามได้ตลอดไป ทำให้มีราคาสูงกว่าทองขาวและทองทั่วไปเกือบ 3 เท่าตัว
นอกจากสีของทองคำที่กล่าวมาแล้วนั้น ทองคำยังมีสีอื่นๆ อีกมากมาย โดยปัจจุบันก็มีการคิดค้นสีของทองคำเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งนั้นเกิดมาจากแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับราคาของทองคำหลากสี ที่ถีบตัวสูงมากขึ้น และไอเดียของเหล่าดีไซเนอร์ทำให้ปัจจุบันแฟชั่นหรือรูปแบบของทองคำเปลี่ยน แปลงไป

 

ที่มา - http://goldjewelrydiamondfortip.blogspot.com/

 

ทองโบราณ ''ทองสุโขทัย''

ที่มา - http://goldjewelrydiamondfortip.blogspot.com/

 

ทองเค

gold14picassogold "ทองเค" มีที่มาจากคำว่า karatgold หรือเรียกสั้น ๆ ว่า k-gold
แต่พอมาแปลงเป็นภาษาไทยก็เรียกว่าทองเคอย่างที่ทราบค่ะ
เครื่องประดับทองเคนั้นส่วนใหญ่จะเป็น 18เค คนที่คุ้นเคยหรือ
เคยซื้อทองเคมาใส่คงจะทราบดีว่า 18 เค เทียบเท่ากับ "750"
หรือ 75%นั่นเอง และเมื่อเทียบทองเคกับเปอร์เซนต์ทองใน
ประเทศไทยก็จะเปรียบเทียบได้ดังนี้
ทอง 24เค เทียบเท่ากับ ทอง 99.99% ทอง 21เค เทียบเท่ากับ ทอง 87.50% ทอง 18เค เทียบเท่ากับ ทอง 75.00% ทอง 14เค เทียบเท่ากับ ทอง 58.33% (บางที่อาจบอกว่า 58.5% ก็ได้เหมือนกันค่ะ) ทอง 10เค เทียบเท่ากับ ทอง 41.67% ทอง 9เค เทียบเท่ากับ ทอง 37.50% สำหรับทองรูปพรรณในบ้านเรา ทาง สคบ. มีข้อกำหนดให้
มีความบริสุทธิ์ 96.5% ซึ่งจะไม่ตรงกับจำนวนเต็มของเคใด ๆ เลย
นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่า "ทองเค"

 

ที่มา - http://goldjewelrydiamondfortip.blogspot.com/

 

มาเรียนรู้วิธีการใช้งานหรือการดูแลที่ถูกต้องง่ายๆ กันครับ ผมพยายามรวบรวมประเด็น เกร็ดเล็กเกล็ดน้อย ที่ผมแนะนำลูกค้าบ่อยๆ มาเล่าสู่กันฟังครับ บางประเด็นก็อาจจะง่ายๆ แต่มองข้ามกันไปก็มี บางประเด็นก็เป็นเรื่องชวนปวดหัวครับ กับการอธิบายให้ลูกค้าขึ้สงสัยให้เข้าใจ
สร้อยดำจังเลย ทองไม่ดีหรือเปล่า
ลูกค้า ก่อนจะโทษว่าตัวเองไม่รู้จักการดูแลรักษา มักโทษร้านทองก่อนว่า สงสัยจะเอาทองเปอร์เซนต์ไม่ดีให้ ผมมักจะถามลูกค้าว่า คุณซื้อเสื้อผ้าใส่มันทุกวันโดยไม่ซักบ้างไหม ทำนองเดียวกัน สร้อยที่คุณสวมใส่ ถ้าคุณไม่ทำความสะอาดมันบ้าง คราบสกปรกมันก็หมักหมมอยู่แถวนั้นแหละ อย่าไปคิดว่า ตัวเราเป็นคนสะอาดสะอ้าน ลองสะอาดแบบใส่เสื้อแล้วไม่ซักดูสักเดือนสิครับ แหะๆ หลังจากแขวะลูกค้าพอหอมปากหอมคอ โทษฐานที่มากล่าวหา ผมก็แนะนำวิธีง่ายๆในการดูแลทำความสะอาดสร้อยทองคำ ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆที่มีอยู่ที่บ้านนั่นแหละ ได้แก่ น้ำยาล้างจาน ( หรือแฟ๊บหรือผงซักฟอกก็พอได้) แปรงสีฟันเก่าๆ สักอัน 1. ถ้าลวดลายไม่ซับซ้อนซอกซอนอะไรมาก ก็แปรงธรรมดากับน้ำยาล้างจาน แล้วตามด้วยน้ำเปล่าสักรอบ ก็เรียบร้อยครับ 2. หรือถ้าเป็นลายโปร่งหรือลวดลายที่แปรงถึงยาก 2.1 อาจใช้ต้มเอาเลย เอาสร้อย ลงหม้อ หรือ ถ้วยโลหะเล็กๆใส่น้ำพอท่วมสร้อย น้ำยาล้างจานนิดหน่อยก็พอ เยอะไปเดี๋ยวฟองล้น ต้มให้เดือดนานจนพอใจ อย่าถึงกับน้ำแห้งหมดล่ะครับ 2.2 หรือถ้ามีโซดาไฟ อาจใช้โซดาไฟแทน โดยแค่แช่สร้อยทิ้งไว้สักคืน ก็สะอาดดี(ถึงดีกว่า) คำเตือน โซดาไฟต้องใช้อย่างระมัดระวังนะครับ 2.3 ต้มน้ำเปล่า เพื่อขจัดน้ำที่ผสมน้ำยาล้างจานหรือน้ำโซดาไฟ ที่อาจตกค้างอยู่ตามซอกให้หมดไป 2.4 เอาแปรงปัดๆผิวงาน ขณะยังเปียกน้ำ ตามซอกที่พอจะเข้าถึงอีกที 2.5 หาไดร์เป่าผม มาจัดการเป่าจนกว่าจะแน่ใจว่า ไม่มีน้ำตกค้างตามซอก ลายที่มีน้ำขังแล้วออกยากๆ เช่น ลายโปร่งยักษ์ๆทั้งหลาย เช่น ลายทาโร่ยอดฮิต เป็นต้น อาจต้องใช้เวลาเป่านานหน่อย การต้ม ควรใช้กับรูปพรรณทองล้วนๆ ถ้าอย่างอื่นปน เช่นสีลงยา หรือ พลอย คงเป็นพิจารณาความเหมาะสมอีกทีนะครับ
เทคนิคการถนอมตะขอสร้อย
หลาย ท่านที่ชอบใส่สร้อยเส้นสั้นๆแล้วชอบถอดเข้าถอดออก มักจะมีปัญหาตะขอเสียรูปทรง ตะขอหัก แล้วก็ต้องมาเสียตังค์เปลี่ยนตะขอ หรือบางคนเกรงใจ กลัวร้านทองรวยช้า เปลี่ยนซะทั้งเส้น (ฮิฮิ หวาน!) แหม ก่อนจะเสียตังค์ มายืดอายุการใช้งานตะขอกันดีกว่า เทคนิคง่ายๆ ที่อาจมองข้ามกัน โดยมากการเปิดตะขอ มักจะแสดงพลังกันเต็มที่ ง้างกางออกไปด้านข้าง (บางคนเล่นเอาฟันงัดก็มี) โดยเฉพาะตะขอสร้อยเส้นใหญ่ๆ ตัวไหนหนาหน่อย พาลหาว่าทองไม่ดีไปซะอีก ผม แนะนำวิธีง่ายๆ ให้ใช้ปลายนิ้ว ย้ำว่าปลายนิ้วนะครับ ไม่ใช่ปลายเล็บ จับตะขอบิดเอียงไปด้านหน้า หรือ หลัง แค่พอให้ขยับห่วงของปลายสร้อยออกได้ก็พอ การบิดแบบนี้ ใช้แรงน้อยกว่า ตะขอไม่หักเร็ว และไม่เสียรูปง่ายครับ เพียงเท่านี้ คุณก็มีตังค์เหลือไว้เติมน้ำมันหลายลิตร
hook
ต่างหูแป้นหลวม กำไลแบบเปิดได้ ใช้นานๆแล้วล็อคไม่อยู่
แป้น ต่างหู ปกติเมื่อใช้งานไปสักพัก มันจะหลวม วิธีการก็ง่ายๆครับ ถอดมันออกมา แล้วก็บีบด้วยปลายนิ้วให้มันชิดกัน แล้วก็ใส่กลับเข้าไปดู ว่าแน่นขึ้นไหม ปกติ ถ้าไม่เสียรูปไปมาก ก็จะแน่นขึ้นแน่นอนครับ
ear
ส่วน กำไลเปิดปิด เมื่อใช้งานไปสักพัก เดือยมันจะตก ลองหาปลายเข็มขนาดพอเหมาะแหย่ตรงๆ เข้าไปตามรูปครับ เพื่อให้แหนบสปริงมันสูงขึ้น เท่านี้ ก็จะแน่นอย่างกับตอนซื้อใหม่ ทั้งนี้ กำไลต้องไม่เบี้ยวนะครับ ถ้าเบี้ยว คงต้องลองดัดเบาๆให้เข้ารูป หรือ ไม่อยากเสี่ยง ก็ใช้บริการทางร้านทองครับ
bracelet
สร้อยบุบหรือฉีก
อัน นี้ไม่มีวิธีแก้หรอกครับ คงต้องให้ทางร้านทำให้(ถ้าทำได้นะ) แต่จะปรับความเข้าใจของลูกค้าว่า สร้อยทองคำรูปพรรณ มันไม่ได้แข็งแรงอย่างที่หลายๆคนคิด ต้องจับหรือใช้งานมันอย่าทะนุถนอมครับ ทองคำเป็นโลหะที่อ่อน สามารถทำ รูปพรรณได้ง่ายกว่าโลหะชนิดอื่นๆ สมัยก่อนทองรูปพรรณมีแต่ลายตันๆ การใช้งานสมบุกสมบันก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ปัจจุบัน ด้วยราคาทองคำที่แพงขึ้นกับแพงขึ้น + มันสมอง สองมือช่าง ก็รังสรรค์ทองคำเส้นใหญ่ๆ ราคาเบาๆ สำหรับคน กระเป๋าไม่หนัก ให้ใส่แบบเห็นกันชัดๆ ไม่ต้องทนใส่สร้อยเท่าหนวดกุ้งอีกต่อไป ลูกค้าเดิน เข้าร้านทองเกือบทุกรายก็ว่าได้ครับ บอกกับทางร้านว่า "ขอลายตันๆนะ" แต่เกือบทุกรายเช่นกันครับ เลือกลายที่เตะตาที่สุด คือใหญ่ที่สุดนั่นแหละ กลับไป ผลที่ตามมาคือ สร้อยบุบ สร้อยฉีก สร้อยขาด ชำรุดง่ายมากๆ จำเลยก็เป็นร้านทองตามเคย (ช่างไม่ยักโดนแฮะ) เมื่อรักจะใส่สร้อยโปร่ง ลองมาฟังคำแนะนำ เพื่อยืดอายุการใช้งานของมันครับ - อันดับแรกเลย อย่าคิดว่า ทองมันแข็งครับ บางคนขอลองกดดูสักหน่อย พอบุบแล้วก็ตกใจ แถมบางทีแก้ไม่ได้เสียด้วย - บริเวณหัวจรวด หรือ ห่วงร้อยตะขอ เป็นส่วนที่บุบ หัก งอ ฉีก ชำรุดบ่อยที่สุดเพราะความไม่รู้ของผู้สวมใส่เองเลยครับ บางทีจับหัวจรวดงัดเพื่อเปิดตะขอ ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง การเปิดตะขอ ให้จับที่ตะขอบิดเลยครับ อย่าเอาส่วนของสร้อยงัดเด็ดขาด - อย่าห้อยจี้หนักเกินไป ควรดูขนาดที่เหมาะสมครับ สร้อยโปร่งจะสึกและขาดเร็วมาก ถ้าจี้มีน้ำหนักถ่วงมากเกินไป - สร้อยติดขัดกัน อย่าใช้แรงดึงให้มันคลาย ค่อยๆจับคลายออกมาอย่างใจเย็นๆครับ ห้ามใช้กำลังเด็ดขาด ว่างั้น!!!
สารบางอย่าง ควรหลีกเลี่ยง - อันแรก ผมไม่แน่ใจว่ามีสารอะไรบ้าง ประเภท น้ำหอม หรือ น้ำยาทำผม อะไรพวกนี้แหละครับ บางครั้งทำให้ทองเปลี่ยนสีไปออกแดงๆแปลกๆ ใครทราบว่าเป็นน้ำยาตัวไหนที่ชัดเจนก็แนะนำมาได้ครับ - สารปรอท อันนี้ตัวสำคัญ เคยมีบทความเรื่องนี้แล้ว ลองไปหาอ่านได้ครับ คงไม่กล่าวถึง
ทองรูปพรรณใช้ร่วมกับทองหุ้ม, เงิน, นาค
- จี้ทองหุ้ม ห้อยกับ สร้อยคอทองคำ แล้วทำให้ทองตรงร่องตะขอสร้อยส่วนที่สัมผัสกับจี้ทองหุ้มนั้นคล้ำหรือดำ นั่นน่าจะเป็นเพราะว่า โลหะอื่นเช่นทองเหลือง,สนิมทองเหลือง ซึ่งสีมันคล้ำกว่าทอง และอาจจะแถมด้วยขี้ไคลคนใส่นั่นแหละ เคลือบลงไปบนผิวทองคำ ทำให้ดูคล้ำได้ สังเกตว่า ถ้าจี้เป็นทอง 90% ก็เป็นน้อยลง และ 96.5% ด้วยกันก็ยิ่งน้อยลงไปอีก - ส่วนกรณีเงินใส่คู่กับทองคำ เช่น แหวนเงินกับแหวนทอง หรือ จี้เงินสร้อยทอง หรือ จี้ทองสร้อยเงิน ค่อนข้างจะเห็นชัดเจน เพราะเงินเป็นโลหะที่อ่อนเช่นกันกับทอง ถึงแม้ว่าจะแข็งกว่าเล็กน้อย แต่ก็มีบางส่วนสามารถสึกไปติดบนผิวทองคำได้ สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้ากับเจ้าของร้านทอง มาอธิบายลูกค้าขี้สงสัยได้ไม่น้อย

 

ที่มา -  http://goldjewelrydiamondfortip.blogspot.com/