ข่าวสาร6

**  ติดต่อสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์หรือทางLINEเท่านั้น  **

การสั่งซื้อจะสมบูรณ์เมื่อได้ตกลงทางโทรศัพท์ 086-3645435 (คุณอั๋น)

หรือทางLINEเท่านั้น ID LINE: @doodeejewelry

 

ปัจจัยที่ทำให้เพชรล้ำค่า

 

1.ความหายากของเพชร

เป็นเพราะความหายากของเพชร จึงทำให้เพชรมีคุณค่า เพราะถ้าเพชรมีมากเหมือนเม็ดทราย เพชรก็คงไม่มีคุณค่าใดๆ กว่าที่ธรรมชาติจะใช้เวลาในการสร้างเพชรมาสักเม็ด ต้องใช้เวลานับพันปี ภายใต้พื้นโลกนับร้อยกิโลเมตร เมื่อโผล่พ้นขึ้นมาบนพื้นโลกก็ต้องมาสกัดออกจากหินที่เพชรได้ฝังตัวไว้ ว่ากันว่า จากหิน 250 ตัน จะได้เพชรก้อนดิบเพียงร้อยละ 10 และจากเพชรก้อนดิบร้อยละ 10 มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็นรัตนชาติ

2.ความงดงามของเพชร

“เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง” ถ้าใครได้ยินประโยคนี้ คงจะพอจินตนาการใบหน้าของหญิงงามได้ เพราะถ้าผู้หญิงคนไหนถูกเปรียบเทียบว่างามดั่งเพชรแล้ว หญิงผู้นั้นจะต้องสวยงามมากๆ เพชรเป็นสิ่งที่งดงามจนยากที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ ประกายแสงที่เล่นกับไฟ ระยิบระยับ สวยงามจับตา แม้ไม่ได้สัมผัสด้วยมือแต่แค่เผลอมองคุณจะหลงไหลเหมือนดั่งต้องมนต์สะกดในความงามของเพชรเสมอ

3.ความคงทนของเพชร

เพชรเป็นอมตะ เมื่อเกิดยาก การดับสูญหรือแตกสลายก็ย่อมยากเช่นกัน ไม่อัญมณีใดๆในโลกที่จะทำลายเพชรได้แม้เพียงรอยขีดข่วน นอกจากเพชรด้วยกันเท่านั้นจะตัดกันได้ คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเก็บเพชรไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน

4.ความหมายแห่งรัก

จากคุณสมบัติของเพชร ที่หายาก มีความงดงามและคงทนถาวร หลายคนจึงเลือกที่จะให้เพชรเป็นเครื่องหมายแห่งรัก ให้ความรักสดใสงดงามและคงทนเป็นนิรันด์ดั่งเพชร เมื่อศตวรรษที่ 15 มีการใช้แหวนเพชรในพิธีการหมั้นเป็นครั้งแรก โดยอาร์ชดุ๊กแมกซิมีเลียนแห่งออสเตรีย พระองค์ทรงสวมแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้าย ให้กับคู่หมั้นของพระองค์ และนับจากนั้นเป็นต้นมาการมอบแหวนเพชรถือว่าเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งในพิธีการหมั้น

 

การจัดลำดับสีเพชร

 

ในธรรมชาติเพชรมีหลากหลายสี ตั้งแต่ขาวบริสุทธิ์ไปจนถึงสีดำสนิท สีที่นิยมมากได้แก่ สีขาว ซึ่งเพชรที่มีสีขาวบริสุทธิ์ตามธรรมชาตินั้นหาได้ยากมาก การเกิดสีของเพชรนั้น เกิดจากการที่มีธาตุอื่นเข้ามาแอบแฝงในโครงสร้างหรือเนื่องจากมีความบกพร่องของโครงสร้าง เช่น

สีเหลือง เนื่องจากมีธาตุไนโตรเจน

สีน้ำตาล เนื่องจากความบกพร่องของโครงสร้าง

สีน้ำเงิน เนื่องจากมีธาตุโบรอน

สีเขียว เนื่องจากความบกพร่องของโครงสร้างเนื่องจากถูกฉายรังสีโดยอนุภาคอัลฟ่า

สีชมพูหรือสีม่วงอมชมพู เนื่องจากความบกพร่องของโครงสร้างที่ถูกแรงเฉือน(Plastic Deformation)

สีดำ เนื่องจากมีสารคาร์บอนเป็นมลทินปริมาณมาก

โดย ทั่วไปเพชรไม่มีสีเรียกว่า เพชรสีขาว แต่ในกรณีที่เพชรมีสีที่สดใสและชัดเจน จะจัดเป็นเพชรสีแฟนซี เช่น เพชรสีน้ำเงินหรือ เพชรโฮป เป็นเพชรที่มีสีน้ำเงินสดเหมือนไพลิน พบในเหมืองคอลเลอร์ มีน้ำหนักถึง 112 กะรัต เพชรสีเหลืองหรือเพชรทิฟฟานี มีสีเหลืองทองพบที่เหมืองคิมเบอร์ลี่ย์ ในแอฟริกาใต้ มีน้ำหนักถึง 287.42 กะรัต เพชรสีแฟนซีเหล่านี้จะหายากกว่าเพชรที่มีสีขาวบริสุทธ์

มาตรฐาน การจัดลำดับสีของเพชรนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แล้วแต่สถาบันแต่ละสถาบันจะกำหนด แต่ที่นิยมและเชื่อถือกันมากที่สุด คือ มาตรฐานการจัดลำดับสีเพชรของสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งอเมริกา(The Gemological Institute of America- GIA) ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

เกรด D, E และ F หมาย ถึงเพชรไม่มีสีหรือเพชรสีขาว โดยที่สี D เป็นสีที่ขาวบริสุทธ์ไม่มีสีอื่นเจือปนเลย ส่วน E และ F ก็เป็นสีขาวเหมือนกันแต่ไม่เทียบเท่าสี D อาจมีสีอื่นเจือปนบ้างเล็กน้อย

เกรด G, H, I และ J หมายถึงเพชรที่เกือบเป็นสีขาว โดยไล่ระดับความขาวลงมาเรื่อยๆ ซึ่งถ้าสังเกตุด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นสีนวลๆ

เกรด K, L และ M หมายถึง เพชรที่มีสีขาวอมเหลืองจางๆ

เกรด N,O,P,Q และR หมายถึงเพชรสีเหลืองอ่อน

เกรด S จนถึง Z หมายถึงเพชรสีแฟนซี เช่น เพชรสีเหลือง เพชรสีน้ำเงิน หรือสีอื่นๆ

การ ที่จะตรวจสอบว่าเพชรอยู่ในเกรดใดนั้น จะต้องตรวจสอบจากเพชรที่ยังไม่ฝังตัวเรือน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก การใช้เครื่องมือชั้นสูงที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการจัดลำดับสี หรือการตรวจสอบด้วยตาเปล่า โดยการวางเพชรหน้าเพชรลงบนแผ่นวัสดุผิวเรียบสีขาวบริสุทธิ์ และต้องไม่เป็นวัสดุที่สะท้อนแสง พับสามท่อน เพื่อความสะดวกในการวางเพชร ที่สำคัญที่สุด การตรวจสอบต้องทำใต้แสงไฟที่มีสีขาวตามาตรฐาน C.I.E คือ D95 (Daylight 95 เทียบเท่ากับแสงสีขาวตามธรรมชาติถึงร้อยละ 95) หากทำการทดสอบใต้แสงที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้การมองสีเพชรผิดเพี้ยนไป

 

 

อมตะแห่งรูปทรงของเพชร

 

 

De Beers เจ้าตำรับสโลแกน “เพชร…เลอค่าอมตะ” เคยจัดอันดับ 7 รูปทรงเพชร ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดไว้ 7 อันดับด้วยกันคือ เพชรกลมเหลี่ยมเกสร เพชรรูปไข่ เพชรมาคีส์ เพชรรูปหยดน้ำ เพชรรูปหัวใจ เพชรเหลี่ยมมรกต และเพชรเหลี่ยมจตุรัส

 

                “MARKETEER”ได้ทำการสำรวจอีกครั้ง พบว่า รูปทรงเพชรที่ยังคงเป็นที่นิยมทั้งผู้นิยมซื้อเครื่องประดับเพชรทั่ว ๆ ไป และร้านค้าที่จะสั่งสินค้าเพชรเข้ามาจำหน่ายในร้าน จากการสำรวจจากกลุ่มร้านค้าเพชรชั้นนำ และผู้ซื้อเพชรเป็นประจำ ก็ยังพบว่า รูปทรงเพชรที่ยังเป็นที่นิยม 5 อันดับต้น ๆ ก็ยังอยู่ในกลุ่ม 7 อันดับที่ De Beers ได้จัดอันดับไว้แล้ว นั่นคือ มีเพียงเพชรรูปไข่เพียงทรงเดียวที่ไม่ติดอันดับ

 

อันดับ 1  เพชรกลมเหลี่ยมเกสร

 

อมตะของรูปทรงแห่งเพชร

 

            ในการเสนอภาพของเพชร ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาทางโทรทัศน์ สินค้าตัวอย่างที่โชว์ตามร้านเพชร เพชรกลมเหลี่ยมเกสร มักจะถูกเลือกมาเป็นต้นแบบแห่งรูปทรงเพชรที่งามจับตา ทั้งภาพลักษณ์ของความเป็นเพชร และประกายแห่งเพชรที่สะท้อนออกมาได้เตะตาที่สุด

 

                ราคาของเพชรกลมนอกจากอยู่ที่น้ำหนักของเพชรที่คิดเป็นกะรัตแล้ว ยังอยู่ที่ความลึกในการเจียระไน ถ้าเจียระไนให้ส่งประกายน้ำดีก็จะมีราคาสูงขึ้นด้วย

 

                เพชรกลมเหลี่ยมเกสรที่นิยมมากสุดคือ เพชรเบลเยี่ยมคัต ซึ่งจะนิยมเจียระไนสำหรับเพชรที่น้ำหนัก 1 กะรัตขึ้นไป แต่ถ้าน้ำหนักน้อยกว่านั้น จะมีทั้งเบลเยี่ยมคัต และรัสเซียนคัต ซึ่งการเจียระไนจะมีเหลี่ยมมากกว่าเบลเยี่ยมคัต แต่ราคาในการเจียระไนจะถูกกว่าเบลเยี่ยมคัดประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ปัจจุบันเริ่มมีอิสราเอลคัตเข้ามาในตลาดสำหรับเพชรเหลี่ยมเกสรด้วย แต่ยังไม่เป็นที่นิยมในตลาด

 

                สาเหตุหนึ่งทำให้เพชรกลมเหลี่ยมเกสรเป็นที่นิยมมากที่สุดในบรรดารูปทรงเพชรทุกแบบ เนื่องจากเป็นเพชรที่เป็นแบบมาตรฐาน ซื้อง่ายขายคล่อง ราคาซื้อราคาขายจะมีช่วงห่างกันน้อยที่สุดในบรรดาเพชรรูปทรงอื่น และความเรียบง่ายของแบบทรงกลมก็เป็นสาเหตุหนึ่งให้คนตัดสินใจซื้อ เพราะใช้ได้หลายโอกาสและจัดเข้าชุดกับเครื่องประดับกายต่าง ๆ ได้ง่ายกว่ารูปทรงอื่น ๆ จึงไม่แปลกที่ร้านค้าเพชรส่วนใหญ่จะมีเพชรกลมเหลี่ยมเกสรเป็นสินค้ายืนพื้นทุกร้าน

 

อันดับ 2 เพชรรูปหัวใจ

 

จากเพชรอมตะมาเป็นเพชรแทนใจ

 

                เพชรรูปหัวใจ จัดกลุ่มอยู่ในกลุ่มเพชรแฟนซีคัต ซึ่งนับแต่อันดับ 2 ถึงอันดับ 5 จะเป็นเพชรในกลุ่มแฟนซีคัตทั้งหมด และในกลุ่มที่ติดอันดับก็จะเป็นแฟนซีที่ชินตากันมาแล้วทั้งสิ้น คือ รูปหัวใจ รูปหยดน้ำ รูปสี่เหลี่ยม และรูปมาคีส์(ตามลำดับ) ซึ่งนอกจากกลุ่มนี้แล้วในบรรดาเพชรแฟนซีคัต ก็จะมีรูปทรงอีกหลากหลายตั้งแต่รูปว่าว ทรงตัด ต้นสน หัวม้า รูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นต้น

 

                ทั้งนี้ เพชรในกลุ่มหลังนี้จะไม่จัดอยู่ในกลุ่มขายดีนัก เพราะข้อจำกัดในเรื่องราคาค่าเจียระไนที่จะสูงกว่าปกติ การคัดเพชรที่จะนำมาประกอบเป็นรูปร่างต้องได้สีและขนาดใกล้เคียง ถ้าเป็นเพชรดีทั้งหมดมาประกอบก็จะราคาสูงกลายเป็นของหายาก แต่ถ้าเป็นของมีตำหนิก็จะราคาสูงเพราะค่าแรง แต่คุณภาพที่ได้จะมีเพียงแค่ค่าทางใจต่อผู้สั่งทำเพราะร้านค้าเพชรส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่ร้านค้าเพชรชั้นนำระดับแนวหน้าก็จะไม่สั่งทำรูปทรงเหล่านี้มาจำหน่ายโดยไม่จำเป็น

 

                ในกลุ่มแฟนซีคัดมาตรฐาน รูปหัวใจค่าแรงจะแพงเป็นอันดับหนึ่ง เพราะการเจียระไนจะต้องแล้วแต่ขนาดเพชร บางครั้งได้หัวใจอ้วน หัวใจยาว ตามขนาดเพชรที่นำมาเจียระไน โดยทั่วไปเพชรรูปหัวใจ ไฟและเหลี่ยมของเพชรจะไม่แวววาวเท่าเพชรกลม

 

อันดับ 3 เพชรหยดน้ำ

 

รูปทรงจากธรรมชาติ

 

                เพชรรูปหยดน้ำ หรือแพรเชฟ เป็นเพชรที่ได้มาจากรูปทรงของธรรมชาติ ทั้งหยดน้ำตามชื่อภาษาไทยที่เรียก และชื่อผลไม้ตามชื่อภาษาอังกฤษ เป็นเพชรอีกทรงที่นิยม เพราะยังจัดเป็นรูปทรงที่เรียบ ๆ เข้าตัวเรือนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชนิดใด ทั้งแหวน ต่างหู และจี้ จึงทำให้เป็นรูปทรงที่ได้รับความนิยมในอันดับต้น ๆ เพราะเป็นแบบที่ไม่หวือหวา แต่ขายได้เรื่อย ๆ

 

อันดับ 4 เพชรทรงสี่เหลี่ยม

 

สวยเรียบและเลือกได้

 

                ที่บอกว่าเลือกได้ เพราะเพชรสี่เหลี่ยมมีให้เลือก 2 สไตล์ คือ พริ้นเซสคัตหรือทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส และเอ็มเมอรัลคัตหรือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือเหลี่ยมกระจก ซึ่งถ้าใครยังชอบประกายความแวววาวของเพชรมักจะนิยมพริ้นเซสคัตเพราะเหลี่ยมคมและประกายวาววับมากกว่าเหลี่ยมมรกต

 

                ทั้งนี้ เมื่อนึกถึงและเปรียบเทียบประกายเพชรต้องเข้าใจไว้ในใจว่า ขึ้นชื่อว่าเพชรต้องมีดีที่ต้องมีความแพรวพราวและระยิบระยับในตัว และไม่ว่าจะเจียระไนทรงไหนแบบไหนก็ต้องเป็นการเจียระไนที่ส่งประกายความแวววาวในตัวเพชรได้ถึงจะถือเป็นการเจียระไนที่ได้คุณภาพตามน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของเพชร แต่ที่ว่าส่งประกายแวววับมากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับสไตล์และการเลือกรูปทรงของผู้นิยมใส่เครื่องประดับเพชรที่ต่างกันไปตามความพอใจ

 

                สำหรับเพชรสี่เหลี่ยม พริ้นเซสคัต จะมีอัตราค่าแรงในการเจียระไนแพงเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มเพชรแฟนซี สังเกตว่าเครื่องประดับเช่น แหวน ถ้าเรียงด้วยเพชรพริ้นเซสคัต ราคาจะสูงกว่าเพชรกลมเหลี่ยมเกสร ไม่น้อยเมื่อเทียบในขนาดและน้ำหนักเพชรเท่ากัน

 

อันดับ 5 เพชรมาคีส์

 

เพชรเม็ดข้าวสาร

 

                ความนิยมของเพชรทรงมาคีส์ หรือรูปทรงที่คล้ายเมล็ดข้าวสารไทย เป็นเพชรที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเจียระไนเป็นพิเศษ ราคาค่าแรงเลยสูงเป็นอันดับสองในกลุ่มเพชรแฟนซีที่ติดอันดับนี้รองจากเพชรรูปหัวใจ ว่ากันว่าคนที่ชอบเพชรทรงมาคีส์ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ชอบของแปลก

 

                เพชรทรงมาคีส์จะเหมือนเพชรทรงกลมที่ยืดตัวออกเป็นมุมแหลมในแนวตั้ง ในขณะเดียวกันก็เหมือนเพชรรูปไข่หรือเพชรรูปสี่เหลี่ยมที่เอามาตัดมุมออก และเป็นเพชรหยดน้ำที่เอามาต่อมุมด้านล่าง ความแปลกของรูปทรงมาคีส์ทำให้มาคีส์เป็นทรงเพชรที่ติดอันดับความนิยมเสมอมา แม้จะไม่อยู่ในอันดับต้นแต่ก็มีผู้นิยมไม่น้อย เพราะความสวยงามของเพชรมาคีส์ สามารถโชว์ความงามได้ในตัวเพชรแบบเดี่ยวและการจัดวางเป็นรูปทรงต่าง ๆ ทั้งกลีบดอกไม้ ใบไม้ รูปสัตว์ อาทิ แมลงปอ เป็นต้น ได้อย่างลงตัวเพียงอาศัยการจัดวางอย่างมีศิลปะเท่านั้น

 

แหล่งที่มา http://www.marketeer.co.th/inside_detail.php?inside_id=62

 

diamondring-3

   การเลือกซื้อเพชร แหวนเพชรการเลือกซื้อเพชร แหวนเพชรหรือเครื่องประดับที่มีมูลค่าสูงนั้น ควรจะพิจารณา ตรวจสอบ เปรียบเทียบ อย่างรอบคอบครับ นอกจายปัจจัย 4Cs แล้วยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ที่ผู้ซื้อควรพิจารณาด้วยครับ

 

1. กำหนดงบประมาณและรู้ถึงความต้องการ สำหรับแหวนหมั้น โดยมากตามบ่าวสาว มักกันงบประมาณ 2-3 เท่าของเงินเดือนครับ เช่นเงินเดือน 30000 บาท ก็อาจกันงบสำหรับแหวน 60000-90000 บาทครับ

2. ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม กำหนดคุณสมบัติเพชรที่ต้องการ เนื่องจากเพชรมีราคาสูง จึงควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ 4cs และปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อความสวยงามของเพชร เมื่อมีความรู้พอสมควร คราวนี้ก็ได้เวลาตัดสินใจแล้วครับ ว่าเราจะให้ความสำคัญกับปัจจัยใดมากกว่า เช่น อยากได้เพชรเม็ดใหญ่ที่สุุดเท่าที่งบอำนวย ก็อาจดูเพชรสีปานกลาง I-J/VS1-2 หรือในกรณีที่เราต้องการเพชรสีสูงๆ ก็อาจดูเป็นเพชรน้ำ 100-98 (D-F)

3. สำรวจตลาดเมื่อเราตั้งงบประมาณและมีคุณสมบัติเพชรในใจแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาลองสำรวจตลาดแล้วครับ ลองเปรียบเทียบราคาเพชรดูสักสอง สามร้าน เราก็จะพอได้ไอเดียคร่าวๆแล้วครับ ว่าราคาเพชรที่เราต้องการประมาณเท่าไหร่ จำไว้ว่าให้เทียบเพชรที่เกรด คุณภาพเดียวกันเสมอนะครับ ไม่ใช่ว่าดูร้านนึงเป็น G/VS1 ถูกกว่าอีกร้านที่เป็น E/VS1 สำหรับเพชรที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ (เช่น 30 ตังค์ขึ้นไป) แนะนำให้ซื้อเพชรที่มีเซอร์เท่านั้นนะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเพชรแท้ (ไม่ใช่ เพชรโมอีส หรือคิวบิก) และคุณภาพตรงกับที่ทางร้านกล่าวอ้าง

4. เลือกร้าน/เลือกเพชร หลังจากลองสำรวจตลาดดูสักสอง สามร้านแล้ว เราคงจะได้ร้านที่ถูกใจทั้ง ราคา คุณภาพและการบริการ คราวนี้ก้อถึงเวลาเลือกซื้อเพชรแล้วครับ ผมขอไม่กล่าวถึงเรื่อง 4cs แล้วนะครับเพราะได้กล่าวถึงแล้วใน บทความก่อน คราวนี้ลองดูปัจจัยอื่นๆ ที่ควรระวังเวลาเลือกซื้อเพชรนะครับ ให้สังเกตใน certificate ว่าเพชรมีฟลูออเรสเซนรึป่าวครับ ถ้าไม่มี หรือถ้ามีเป็น slight, faint (จางๆ) ถือว่าดีครับ ถ้าเป็น medium หรือ strong อันนี้ไม่ดีครับ ประกายเพชรจะหมอง และเพชรดูฝ้าครับ จุดสังเกตอีกอันที่ควรระวังคือเรื่องความลึกของเพชรครับ %ความลึกของเพชร (ความลึกเพชร/เส้นผ่านศูนย์กลางเพชร) ไม่ควรเกิน 63% ครับ ไม่งั้นเพชรจะดูหน้าแคบ และเล็กกว่าที่ควรจะเป็น สุดท้ายที่ควรระวัง คือความหนาของขอบเพชร (girdle) ครับ ขอบเพชรที่ดีจะอยู่ระหว่าง Thin-Slightly thick (บางถึงหนาเล็กน้อยครับ) ถ้าเป็น medium ก็ดีครับ แต่ถ้าเป็น Very thin, thick, very thick ไม่ค่อยดีครับ ถึงขั้นตอนนี้ เราคงเหลือเพชรให้พิจารณาอีกไม่กี่เม็ดแล้วครับ :)

5. ตรวจสอบเพชรอย่างละเอียด - ขั้นตอนสุดท้าย ลองตรวจสอบเพชรแต่ละเม็ดอย่างละเอียดอีกครั้ง ถ้าเพชรมียิงเลเซอร์เบอร์ certificate ที่ขอบ ลองดูว่าหมายเลขตรงกันรึป่าว หรือถ้าเป็นเพชรที่อยู่ในซีลที่ยังไม่แกะก็ดีครับ ลองใช้ loupe ส่องดูเพชรอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีตำหนิที่มีสี ที่เห็นได้ง่ายรึป่าว ถ้าเราสามารถเห็นตำหนิได้ง่ายๆ แสดงว่าเพชรเม็ดนั้นเกรดต่ำกว่า VS2 เป็น SI แล้วครับ ถ้าเราหาแล้วหาอีกไม่เจออาจเป็น VVS หรือ VS ก็ได้ครับ ถ้าในใบเซอร์มีการพล็อตตำแหน่งตำหนิ ให้เลือกเม็ดที่มีตำหนิอยู่ที่ขอบๆหรือด้านหลังจะดีกว่าเพชรที่มีตำหนิกลางหน้าครับ

6. การตรวจสอบ Heart&Arrow สำหรับกรณีที่เพชรเม็ดนั้นเป็น Heart&Arrow วิธีตรวจสอบให้สังเกตว่าเห็นลูกศรชัดเจนทั้ง 8 ดอกและมีขนาดเท่ากัน เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร และเมื่อมองจากด้านหลังเพชร เป็นรูปหัวใจชัดเจนแปดดวง และมีขนาดเท่ากัน

7. การเลือกตัวเรือน - หลังจากเลือกเพชรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาเลือกตัวเรือนแล้วครับ ว่าจะใช้เป็น white gold, pik gold หรือถ้างบประมาณอำนวยก็อาจเลือกเป็น platinum (ราคาจะแพงกว่าทอง 2-3 เท่าครับ แต่สีเงินตามธรรมชาติและไม่ดำ ข้อควรระวังสำหรับ platinum คือไม่สามารถแก้ขนาดขึ้นลงได้มากนักในภายหลัง ถ้าเราเป็นคนที่น้ำหนักเปลี่ยนแปลงขึ้นลงมากๆ ไม่แนะนำครับ)เมื่อได้แบบที่ถูกใจ ถ้าเป็นไปได้ให้ลองสวมด้วยนะครับ เพราะบางครั้งแหวนดูสวย แต่พอใส่แล้วไม่เหมาะกับนิ้วเรา

8. ปัจจัยอื่นๆ - ปัจจัยอื่นๆที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเลือกซื้อแหวนเพชร เราควรสอบถามเรื่องนโยบายการขายคืน หรือการแลกซื้อวงใหม่ด้วยครับ บางครั้งเราอาจคิดว่าไม่สำคัญ แหวนแต่งงานเรา เราไม่ขายอยู่แล้ว แต่อนาคตไม่แน่นอนครับ เราอาจร้อนเงินภายหลังก็ได้ ถ้าไม่สอบถามหรือตกลงกันให้เรียบร้อย ภายหลังเราต้องการนำมาขายคืนเกิดทางร้านไม่รับซื้อ เสียความรู้สึกแย่ครับ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย ถ้าจะให้ดีเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรยิ่งดีครับ อีกเรื่องคือการบำรุงรักษาครับ สอบถาม ตกลงกันให้เรียบร้อยว่า ถ้านำมาขัดชุบมีบริการให้ฟรีรึป่าว หรือเสียค่าบริการยังไง ผมเคยเจอบางร้านคิดค่าขัดชุบแหวนตั้ง หนึ่งพันบาท แพงมากๆเลยครับ บางคนไม่ทราบคิดว่าราคานี้เป็นราคาปกติ จริงๆแล้วค่าขัดชุบสำหรับเครื่องประดับชิ้นเล็ก อย่าง แหวน จี้ ไม่น่าเกิน 300-400 ครับ ถ้าเป็นเครื่องประดับชิ้นใหญ่อย่าง สร้อยคอ เป็นไปได้ครับว่าอาจถึงหลักพัน

 

     เพชร Heart & Arrow เป็นเพชรเหลี่ยมเกสร (Round Brilliant) ที่ได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดในปัจจุบัน
    

     ความสวยงามของเพชร Heart & Arrowเพชร Heart & Arrow เกิดจากการเจียรไนอย่างปราณีต ทำให้สัดส่วน และความสมมาตรของเพชรอยู่ในระดับสูงสุด ส่งผลให้เพชรส่องประกายสวยงาม คำถามนึงที่ผมได้ยินบ่อยๆ คือเพชร 3 Excellent หรือ ที่บางคนเรียกว่า Tripple Excellent จำเป็นมั้ยที่ต้องเป็น เพชร Heart & Arrow ด้วย อันนี้คงไม่เกี่ยว และเป็นความเข้าใจผิดนะครับ เพชร 3ex อาจเป็นเพชร H&A หรือไม่ก็ได้ครับ บางเม็ดแค่ 3 Very Good แต่อาจเป็น H&A ก็ได้ครับ

วิธีการสังเกตและแยกแยะเพชร Heart & Arrow
heart arrow 
      เมื่อมอง Heart & Arrow ( เพชร h&a ) ผ่าน Ideal scope จะเห็นรูปสมมาตรอย่างสมบูรณ์ โดยจะเห็นเป็นลูกศรแปดดอกอย่างชัดเจน เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร และหัวใจแปดดวงอย่างชัดเจนจากทางก้นเพชร การสังเกตว่าเพชรเม็ดใดเป็น Heart&Arrow diamond แท้หรือไม่ ให้สังเกตุรูปร่าง,ขนาดของลูกศรและหัวใจ Heart & Arrow diamond (h&a) แท้นั้นต้องมีความสมมาตรที่สมบูรณ์ ดังนั้นจะเห็นลูกศรที่มีขนาดเท่ากันและรูปร่างเหมือนกันทั้งแปดดอก และหัวใจที่มีขนาดเท่ากัน รูปร่างเหมือนกันทั้งแปดดวง
 non heart arrow
      สำหรับเพชรเหลี่ยมเกสร (Round Brilliant Cut) โดยทั่วไป เมื่อมองจากด้านหน้าเพชรด้วย ideal scope จะไม่เห็นเป็นรูปลูกศร หรืออาจเห็นไม่ครบแปดดอก หรืออาจครบแต่มีขนาดไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับเมื่อมองจากทางก้นเพชร อาจไม่เห็นรูปหัวใจชัดเจน, อาจเห็นหัวใจไม่ครบ หรืออาจครบแต่มีขนาดไม่เท่ากัน